3 หุ้นสหรัฐฯ ที่ควรจับตามองสัปดาห์นี้: Tesla, Facebook, AT&T

3 หุ้นสหรัฐฯ ที่ควรจับตามองสัปดาห์นี้: Tesla, Facebook, AT&T

Investing.com  | Jul 21, 2019 10:51

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังจะได้รับการทดสอบความยืดหยุ่นครั้งใหญ่อีกครั้งเมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกกำลังจะประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สองออกมาในสัปดาห์นี้

สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq คอมโพสิต ปรับตัวลงต่ำเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมาเนื่องจากนักลงทุนยังได้รับข่าวร้ายจากผลประกอบการที่ยังดูย่ำแย่ของหลายบริษัท รวมทั้งสงครามทางการค้ากับจีนที่ยังยืดเยื้อ และทิศทางที่ยังไม่แน่นอนในการปรับลด อัตราดอกเบี้ย ของเฟด

บริษัท FactSet คาดการณ์ว่าผลงานของดัชนี S&P 500 ในไตรมาสที่สองจะลดลง 2.9% อันเป็นผลมาจากข้อมูลผลประกอบการประจำไตรมาสของทั้ง 114 บริษัท ซึ่งงานวิจัยของ FactSet คาดว่า 77% ของบริษัททั้งหมดน่าจะมีตัวเลขยอดขายที่ลดลง

สำหรับในสัปดาห์นี้ หุ้น 3 ตัวต่อไปนี้น่าจะช่วยชี้ให้นักลงทุนเห็นว่าหุ้นในกลุ่มอื่นๆ ได้ว่าจะมีผลการดำเนินงานเป็นอย่างไร

1. Tesla

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla (NASDAQ:TSLA) จะรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่สองออกมาช่วงหลังปิดตลาดในวันพุธที่จะถึงนี้ ผลการสำรวจตัวเลขที่คาดการณ์ ชี้ว่าบริษัทจะขาดทุน $0.41 ต่อหุ้น โดยมียอดขายอยู่ที่ 6,520 ล้านเหรียญ

Tesla Weekly Chart

อย่างไรก็ตาม ในเดือนนี้นักลงทุนยังได้รับข่าวดีว่าบริษัทสามารถทำลายสถิติยอดส่งมอบรถยนต์สูงสุดได้ โดย Tesla รายงานว่าได้มีการส่งมอบรถไปแล้วในไตรมาสที่สองจำนวน 95,200 คัน จนทำลายสถิติเดิมจำนวน 90,700 คันในไตรมาสที่สี่ของปี 2018 ไปได้

แม้ว่าจะมีข่าวดีเกิดขึ้น แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เมื่อผลประกอบการในไตรมาสที่สองประกาศออกมา Tesla จะสามารถที่จะกำหนดทิศทางที่จะทำกำไรต่อไปในอนาคตได้หรือไม่ หลังจากที่เคยเป็นหุ้นยอดนิยมของตลาดอยู่นานหลายปี นับจนมาถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ ราคาหุ้นของ Tesla ก็ปรับตัวดิ่งลงไปแล้วกว่า 40% อันเนื่องมาจากความต้องการซื้อรถยนต์เกิดการชะลอตัว ทำให้บริษัทตกอยู่ในสถานการณ์ที่ขาดสภาพคล่อง

แต่หุ้นของ Tesla ก็เริ่มที่จะปรับตัวขึ้นได้บ้างแล้วเช่นกัน โดยหลังจากเดือนมิถุนายนเป็นต้นมาก็ปรับตัวขึ้นได้ 46% ด้วยความหวังที่ว่ายอดจำหน่ายรถที่สูงขึ้นจนทำลายสถิติได้นั้นจะทำให้บริษัทสามารถทำกำไรได้มากขึ้นและน่าจะมีเงินสดเพียงพอที่จะดำเนินกิจการต่อไปจนถึงปี 2020 ได้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาหุ้นของ Tesla ไปปิดตลาดอยู่ที่ระดับ $258.18

2. Facebook

Facebook (NASDAQ:FB) เป็นหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีอีกตัวหนึ่งที่จะต้องได้รับการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบเมื่อมีการประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ออกมาในวันพุธที่จะถึงนี้ ผลการสำรวจตัวเลขที่คาดการณ์ สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสื่อสังคมออนไลน์รายนี้ชี้ว่าบริษัทน่าจะมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ $1.87 โดยมียอดขายอยู่ที่ระดับ 16,500 ล้านเหรียญ

Facebook Weekly Chart

การฟื้นตัวอย่างแข็งแรงของหุ้นในปีนี้เป็นสัญญาณชี้ว่านักโฆษณายังคงชื่นชอบในบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์อยู่ แม้ว่าบริษัทกำลังต้องเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่อีกครั้งจากการที่มีนักการเมืองและนักกฎหมายออกมาชี้ว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวมีการใช้งานผิดวัตถุประสงค์

ตั้งแต่ต้นปี 2019 หุ้นก็บริษัทก็พุ่งสูงขึ้นมาประมาณ 50% จนไปปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ $198.36 การฟื้นตัวกลับมาได้อย่างแข็งแกร่งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นในปี 2018 ที่ทำให้หุ้นของบริษัทร่วงลงไปกว่า 25% ในช่วงที่ต้องเผชิญปัญหาสำคัญหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรั่วไหลของข้อมูล ความกังวลทางด้านความเป็นส่วนตัว รวมทั้งการเข้าแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

3. AT&T

บริษัท AT&T (NYSE:T) จะรายงาน ผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ออกมาในช่วงก่อนเปิดตลาดวันพุธที่จะถึงนี้เช่นกัน มีการคาดการณ์ว่าบริษัทจะมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ $0.89 โดยมียอดขาย 44,870 ล้านเหรียญ

หากพิจารณาจากกราฟราคาหุ้นของ AT&T จะเห็นได้ชัดเจนว่านักลงทุนไม่ค่อยเชื่อว่าบริษัทจะสามารถทำกำไรต่อไปในอนาคตได้ โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลงไปประมาณ 10% ในช่วงสองปีที่ผ่านมาโดยมีรูปแบบการซื้อขายที่ค่อนข้างผันผวนสูง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หุ้นของบริษัทไปปิดตลาดอยู่ที่ระดับ $32.79 และน่าจะกลับคืนสังเวียนได้อีกครั้งในปีนี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรที่ปรับตัวลดลง ทำให้นักลงทุนน่าจะหันมาให้ความสนใจกับหุ้นในกลุ่มสาธารณูปโภคมากขึ้น

AT&T Weekly Chart.

AT&T ได้พยายามปรับตัวให้เป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการการสื่อสารในช่วงที่ผู้บริโภคเริ่มหันมาใช้บริการเครือข่ายไร้สายมากขึ้น รวมทั้งหันมาสมัครใช้บริการเพื่อความบันเทิงในราคาที่ถูกลงอย่างเช่น Netflix (NASDAQ:NFLX) เพื่อให้บริษัทยังดำเนินธุรกิจในสภาวะการแข่งขันเช่นนี้ต่อไปได้ บริษัทจึงเข้าซื้อบริษัท Time Warner โดยจะมีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของรายการยอดนิยมอย่างช่อง HBO และ CNN ไปด้วยในราคา 85,000 ล้านเหรียญ

การเข้าซื้อกิจการดังกล่าวทำให้บริษัท AT&T ต้องมีภาระหนี้สินที่เพิ่มมากขึ้น และทำให้เกิดอุปสรรคในการดำเนินงานหลายอย่าง ปัจจุบัน AT&T มีหนี้สินอยู่ทั้งหมด 169,000 ล้านเหรียญ แต่บริษัทเชื่อว่า 75% ของหนี้สินทั้งหมดที่ใช้เพื่อการซื้อบริษัท Time Warner จะคืนทุนภายในสิ้นปีนี้

Investing.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็นล่าสุด

เพิ่มคอมเม้นท์
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
คำอภิปราย
เขียนคำตอบกลับ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง

การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา

English (USA) English (UK) English (India) English (Canada) English (Australia) English (South Africa) English (Philippines) English (Nigeria) Deutsch Español (España) Español (México) Français Italiano Nederlands Português (Portugal) Polski Português (Brasil) Русский Türkçe ‏العربية‏ Ελληνικά Svenska Suomi עברית 日本語 한국어 中文 香港 Bahasa Indonesia Bahasa Melayu Tiếng Việt हिंदी
ลงชื่อออก
คุณแน่ใจหรือว่าต้องการลงชื่อออกจากระบบ?
ไม่ ใช่
ยกเลิกใช่
บันทึกการเปลี่ยนแปลง

+