น้ำมันดิบเคยแตะร้อยเหรียญตั้งแต่หกปีก่อนและเพราะอะไรราคาถึงไม่เคยกลับขึ้นไปได้อีกเลย

น้ำมันดิบเคยแตะร้อยเหรียญตั้งแต่หกปีก่อนและเพราะอะไรราคาถึงไม่เคยกลับขึ้นไปได้อีกเลย

Ellen R. Wald, Ph.D.  | Jul 31, 2020 11:59

วันที่ 30 กรกฎาคมเมื่อหกปีก่อนคือวันที่ราคาน้ำมันดิบ WTI เคยผ่านระดับ 100 เหรียญต่อบาร์เรลสหรัฐฯ และเมื่อหกปีก่อนหน้านั้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2008 น้ำมันดิบ WTI ก็เคยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบสิบสองปี ตอนนั้นราคาน้ำมันดิบ WTI สปอตเคยยืนเหนือ $145 เหรียญต่อบาร์เรลมาแล้ว เมื่อหันกลับมามองที่ปัจจุบัน ราคาของ WTI แทบจะไม่ผ่านระดับ 40$ ขึ้นไปได้เลย มีปัจจัยอะไรที่หน่วงราคาน้ำมันดิบอยู่ตอนนี้?WTI Crude Futures Monthly Chart

เมื่อราคาน้ำมันตกต่ำ เรามักจะพูดถึงการเฟ้อขึ้นของสินค้าที่หมายความว่ามีการผลิตมากกว่าการบริโภค เรียกอีกอย่างก็คืออุปทานสูงกว่าอุปสงค์จึงทำให้ราคาลดต่ำลง น้ำมันถูกนำไปเก็บและผู้ผลิตจำเป็นต้องลดราคาสำหรับสินค้า เพียงแต่ในกรณีนี้เรื่องราวไม่ได้อธิบายง่าย ๆ เพียงเท่านั้น

มีผู้บริโภคบางกลุ่มกักเก็บสินค้าไว้ด้วยเช่นกัน

กราฟของอุปสงค์และอุปทานไม่สามารถอธิบายราคาของน้ำมันโดยตรงได้เสมอไปเพราะบางครั้งค่าอุปสงค์จะสูงกว่าจำนวนการนำน้ำมันไปใช้จริง ค่าอุปสงค์จะมากกว่าความเป็นจริงเนื่องจากตัวเลขดังกล่าวจะรวมถึงน้ำมันส่วนที่ถูกซื้อเพื่อกักตุนด้วย

ตัวอย่างหนึ่งก็คือประเทศจีนเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันจำนวนมากที่สุดในโลก ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจของจีนต้องใช้น้ำมันจำนวนมากแต่ก็มีน้ำมันจำนวนมากเช่นกันที่ถูกซื้อโดยภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งพวกเขาจำต้องเชื่อฟังรัฐบาลคอมมิวนิสต์อย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะมีน้ำมันจำนวนมากพอที่ถูกนำเข้าเพื่อกักตุน จีนจึงมีแนวโน้มไม่ตกลงจะจ่ายเงินจำนวนมากเพราะไม่ใช่ส่วนที่จำเป็น และในทำนองเดียวกัน หากจีนสามารถซื้อในราคาต่ำกว่าได้ จีนก็มีแนวโน้มที่จะซื้อน้ำมันไปกักตุนมากขึ้น

ทฤษฎีปริมาณน้ำมันต่ำสุดเทียบกับทฤษฎีความต้องการน้ำมันสูงสุด

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาน้ำมันสามารถไต่ระดับขึ้นไปสูงมากขนาดนั้นในปี 2008 เป็นเพราะมีทฤษฎีหนึ่งกล่าวถึงปริมาณน้ำมันต่ำสุดซึ่งเป็นที่เชื่อกันอย่างแพร่หลายในขณะนั้นทฤษฎีดังกล่าวเกิดขึ้นโดยนายแมทธิว ซิมมอนส์จากหนังสือ “Twilight in the Desert” ในปี 2006 ของเขาที่กล่าวว่ามีน้ำมันใต้ดินจำนวนน้อยกว่าที่เราคิดไว้มาก โดยซิมมอนส์กล่าวอย่างเจาะจงไว้ว่า ซาอุดิอาระเบียมีการกักตุนน้ำมันน้อยกว่าที่ประเทศกล่าวไว้ เมื่อสินค้าสำคัญบางอย่างกำลังขาดแคลนสินค้านั้นก็จะราคาสูงขึ้น น้ำมันจึงราคาพุ่งสูงทันทีแต่ปรากฏว่าสิ่งที่ซิมมอนส์คาดการณ์นั้นไม่เป็นจริง

ในปัจจุบันทฤษฎีปริมาณน้ำมันต่ำไม่แพร่หลายแต่ผู้คนเชื่อในทฤษฎีความต้องการน้ำมันสูงต่างหาก และการคาดการณ์ระยะยาวที่นิยมที่สุดในตลาดราคาน้ำมันคือจะมีความต้องการของน้ำมันลดลงต่ำในทศวรรษที่จะมาถึงโดยอ้างอิงจากการคาดการณ์เกี่ยวกับความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมนี้

บางกลุ่มเชื่อว่ายานพาหนะไฟฟ้าจะยึดครองตลาดจากรถยนต์ธรรมดาและรถบรรทุกต่าง ๆ ภายในปี 2040 หรือ 2050 จะมีการใช้พลังงานหมุนเวียนรูปแบบต่างๆ และเกิดโรงพลังงานนิวเคลียร์จนทำให้ความต้องการของการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติตกยุค และพลาสติกรวมถึงปุ๋ยต่างๆ จะใช้น้ำมันในการผลิตน้อยลงด้วยการรีไซเคิลและนวัตกรรมใหม่อื่น ๆ แม้เราจะไม่สามารถแน่ใจได้ว่าทฤษฎีดังกล่าวจะเป็นจริงมากน้อยเพียงไหน แต่ก็มีคนเชื่อมากพอที่จะทำให้ราคาน้ำมันลดลง

ความกังวลเกี่ยวกับการถดถอยทางเศรษฐกิจฉุดรั้งราคาน้ำมันไว้

ในต้นฤดูร้อนของปี 2008 เมื่อราคาน้ำมันดิบ WTI แตะระดับสูงสุดสัญญาณการถดถอยทางเศรษฐกิจก็เกิดขึ้นแล้วภายในเวลาอันสั้นแต่มีคนไม่มากนักที่คาดการณ์ถูก

ราคาน้ำมันเคยชินกับการอยู่ในระดับที่สูงเสียเป็นส่วนมากเพราะมีการการันตีราคาในอนาคต แต่เพียงสองเดือนให้หลังเศรษฐกิจโลกก็ล้มลง ในวันที่ 3 กรกฎาคมปีนั้น เมื่อราคาน้ำมันดิบแตะระดับสูงสุดไม่มีใครคาดการณ์เรื่องการล้มลงไว้เลย หมายถึงทั้งอุตสาหกรรมน้ำมัน ผู้ซื้อน้ำมันดิบรายใหญ่ (เช่นโรงกลั่น) และเทรดเดอร์ไม่ได้มองเห็นเรื่องนี้ล่วงหน้ามาก่อน

ในปี 2018 และ 2019 การคาดการณ์เศรษฐกิจเกี่ยวกับเศรษฐกิจถดถอยว่ากำลังจะมาถึงและคำเตือนนี้อ้างอิงจากความกังวลจากการสงครามค้าระดับโลกหรือกราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้น (Inverted Yield Curve) แต่ในความเป็นจริงการถดถอยครั้งนี้นั้นเกิดจากการแพร่กระจายของโรคระบาดและการป้องกันโรคที่ทำให้เกิดการกลับตัวทางเศรษฐกิจในขณะที่ไม่มีใครตั้งตัวได้เลย

OPEC ไม่สามารถควบคุมสมดุลตลาดได้อย่างที่เคยเป็น

ในเดือนกรกฎาคมปี 2014 มูลค่าของน้ำมันดิบ WTI ในตอนนั้นยังมีราคาสูงกว่า $100 เพราะยังไม่มีใครเชื่อจริงๆ ว่าตลาดน้ำมันจะสามารถล้มลงมาได้ ขนาดนาย Ali al-Naimi รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของซาอุดิอาระเบียในตอนนั้นได้ออกมาพูดเองเลยว่าเขาพร้อมจะเห็น OPEC ผลิตน้ำมันเกินความต้องการและผู้คนก็ยังเชื่อว่าราคาน้ำมันจะไม่มีทางล้มลงเด็ดขาด

แต่ภายในไม่ถึงหกเดือนต่อมาราคาน้ำมันดิบ WTI ก็ลดระดับลงมาต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของราคาเดิม และเมื่อ OPEC และกลุ่มย่อย OPEC+ ได้พยายามที่จะเพิ่มมูลค่าน้ำมันอยู่หลายครั้งแต่ความพยายามของพวกเขาก็ได้ผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แม้แต่ในช่วงก่อนการระบาดของไวรัสโคโรนาการแตะเลขสามหลักของราคาน้ำมันดูเป็นไปไม่ได้เลยแม้ OPEC+ จะพยายามมากเท่าใด

ตัวเลขการผลิตนั้นแท้จริงแล้วซับซ้อน

การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดในวงการผลิตน้ำมันในช่วงปีที่ผ่านมานั้นเกิดขึ้นเพราะความนิยมในการผลิตน้ำมันใต้ผิวดินของสหรัฐอเมริกา ในปัจจุบันสหรัฐฯ ผลิตน้ำมันอยู่ที่ราว 11 ล้านบาร์เรลต่อวันซึ่งตัวเลขดังกล่าวเคยอยู่ที่ 13.1 ล้านบาร์เรลต่อวันก่อนที่ปัญหาการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสจะส่งผลกับเศรษฐกิจ โดยเทียบกับตัวเลขดังกล่าวในปี 2014 ที่สหรัฐฯ ผลิตได้ 8.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ 5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2008

ในขณะเดียวกัน การผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาได้ลดลงอย่างชัดเจน โดยสาเหตุส่วนใหญ่นั้นเป็นเพราะว่าประเทศดังกล่าวไม่สามารถผลิตน้ำมันได้เอง การผลิตจากเวเนซุเอลาลดลงเหลือเพียง 280,000 บาร์เรลต่อวันจากค่าเฉลี่ย 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2014 และ 2.34 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2008

ประเทศอิหร่านก็ไม่ได้ผลิตน้ำมันมากนักเนื่องจากถูกคว่ำบาตรจากหลายประเทศ ตัวเลขการผลิตปัจจุบันอยู่ที่ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เทียบกับ 2.76 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2014 และ 3.88 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2008

โดยสรุปแล้ว

ทั่วโลกสามารถผลิตน้ำมันได้มากขึ้นในปัจจุบันเนื่องจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ให้ประสิทธิภาพดีและมีบ่อน้ำมันใหม่ๆ เกิดขึ้น ความกังวลหนึ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในตอนนี้คือโลกจะขาดแคลนน้ำมันแต่กลับเป็นความกังวลของผู้ซื้อและผู้ขายน้ำมันว่าความต้องการน้ำมันจะไม่เพียงพอต่อตลาดและได้เป็นเช่นนั้นมาตั้งแต่ปี 2014 และนั่นคือสาเหตุที่ราคาน้ำมันไม่เคยกลับขึ้นมาแตะสามหลักได้อีกเลยใน 6 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามบทเรียนที่ดีที่สุดในรอบสิบสองปีนี้คือ “มนุษย์เราไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้”

Ellen R. Wald, Ph.D.

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็นล่าสุด

เพิ่มคอมเม้นท์
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
Kraipob Chandee
Kraipob Chandee

อ่านแล้วงงกับบทแปลพารากราฟสุดท้ายครับ  ... (อ่านเพิ่มเติม)

Aug 02, 2020 01:56 GMT· ตอบกระทู้
Nathanon Trachoo
Nathanon Trachoo

อ่านแล้วงงมาก แปลมาไม่ดี  ... (อ่านเพิ่มเติม)

Aug 02, 2020 01:04 GMT· ตอบกระทู้
คำอภิปราย
เขียนคำตอบกลับ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง

การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา

English (USA) English (UK) English (India) English (Canada) English (Australia) English (South Africa) English (Philippines) English (Nigeria) Deutsch Español (España) Español (México) Français Italiano Nederlands Português (Portugal) Polski Português (Brasil) Русский Türkçe ‏العربية‏ Ελληνικά Svenska Suomi עברית 日本語 한국어 简体中文 繁體中文 Bahasa Indonesia Bahasa Melayu Tiếng Việt हिंदी
ลงชื่อออก
คุณแน่ใจหรือว่าต้องการลงชื่อออกจากระบบ?
ไม่ ใช่
ยกเลิกใช่
บันทึกการเปลี่ยนแปลง

+

ดาวน์โหลด แอพ Investing.com

รับฟรีข้อมูลเสนอซื้อเสนอขาย กราฟ แบบเรียลไทม์พร้อมทั้งข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับหุ้น ดัชนี สกุลเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ และพันธบัตร รับฟรีบทวิเคราะห์ทางเทคนิค/ตัวพยากรณ์สำคัญ

Investing.com ใช้งานได้ดีกว่า บนแอพ!

เนื้อหามากขึ้นแสดงข้อมูลเสนอซื้อเสนอขายและกราฟได้เร็วขึ้นและประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นกว่าเดิมทั้งหมดนี้มีให้บริการบนแอพเท่านั้น.