ธปท. ออกมาตรการลดแรงกดดันบาทแข็ง แต่ตลาดกลับไม่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้จริง

ธปท. ออกมาตรการลดแรงกดดันบาทแข็ง แต่ตลาดกลับไม่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้จริง

Poon Panichpibool  | Nov 20, 2020 05:51

  • ธปท.ปรับปรุงกฎเกณฑ์เพื่อลดแรงกดดันต่อเงินบาทและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยส่งเสริมให้คนไทยใช้บัญชีเงินฝากต่างประเทศ (FCD) ได้สะดวกขึ้น พร้อมกับเปิดให้นักลงทุนไทยออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ ธปท. ได้พยายามจับตาพฤติกรรมเก็งกำไรเงินบาท ด้วยการให้นักลงทุนต่างชาติต้องลงทะเบียนก่อนซื้อขายตราสารหนี้ไทย

  • เรามองว่า การเอื้อให้นักลงทุนและผู้ประกอบการไทยใช้บัญชี FCD และออกไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้นจะเพิ่มโอกาสให้คนไทยบริหารเงินและทำธุรกิจง่ายขึ้นในระยะยาว แต่อาจไม่ได้ช่วยให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้ในระยะสั้น ขณะที่ การปรับสมดุลเงินบาทอาจต้องใช้เวลาหลายปี

  • เราคงเป้าหมายเงินดอลลาร์ปลายปี 2020 ที่ 30.15บาท และคงกรอบเงินบาทปี 2021 ที่ 29.00-30.50 บาท

ธปท.ปรับปรุงกฎเกณฑ์เพื่อช่วยให้เงินทุนเคลื่อนย้ายมีความสมดุลมากขึ้น ลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท

  • สนับสนุนให้ คนไทย (รายย่อยและผู้ประกอบการ) ใช้บัญชีเงินฝากต่างประเทศ (FCD) มากขึ้น โดยเปิดเสรีในการใช้งาน อาทิ การโอนเงินระหว่างบัญชี FCD ของคนไทย ทำให้ผู้ประกอบการ รวมถึงรายย่อยที่ลงทุนในต่างประเทศ สามารถบริหารเงินตราต่างประเทศและความเสี่ยงจากค่าเงินได้สะดวกและคล่องตัวมากขึ้น

  • ส่งเสริมให้นักลงทุนไทยลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น สะดวกขึ้น และมีทางเลือกผลิตภัณฑ์การลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น โดย ธปท. เพิ่มวงเงินให้นักลงทุนรายย่อยสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ได้เองถึง 5 ล้านดอลลาร์ ต่อปี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ที่ให้วงเงินไว้เพียง 2 แสนดอลลาร์ และไม่จำกัดวงเงิน สำหรับนักลงทุนภายใต้การกับกำกับของ กลต. นอกจากนี้ ธปท. ยังเปิดกว้าง ให้มีการนำหลักทรัพย์ต่างประเทศมาขายในไทย โดยไม่จำกัดวงเงิน เช่น กองทุน ETF

  • สอดส่องพฤติกรรมการซื้อขายตราสารหนี้ไทย อย่างใกล้ชิด โดยนักลงทุนต้องลงทะเบียนแสดงตัวตนก่อนซื้อขาย (Bond Pre-trade Registration) ซึ่งจะช่วยให้ ธปท. สามารถติดตามพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนได้ดียิ่งขึ้น และสามารถวางกลยุทธ์รับมือความผันผวนค่าเงินที่อาจจะเกิดขึ้นจากเงินทุนเคลื่อนย้ายได้อย่างเหมาะสม

เราเชื่อว่า มาตรการลดการแข็งค่าเงินบาทคงแค่ชะลอการแข็งค่าหนักในระยะสั้น แต่ในระยะยาวจะเป็นผลดีต่อการปรับสมดุลโครงสร้างเงินทุนเคลื่อนย้าย

  • เรามองว่า นโยบายลดการแข็งค่าของเงินบาท คงมีผลแค่ในระยะสั้น เพราะนโยบายผ่อนปรนให้เงินทุนไหลออกไม่ใช่เรื่องใหม่และมักส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าเพียงระยะสั้นเท่านั้น แต่ในระยะยาวจะเป็นผลดีต่อความมั่งคั่งของคนไทยและช่วยปรับสมดุลเงินทุนเคลื่นอย้ายได้ ขณะเดียวกัน การให้ผู้ส่งออกและบุคคลทั่วไปใช้บัญชี FCD มากขึ้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเงินระยะยาว เพราะเป็นการเพิ่มผู้เล่นในตลาด พร้อมเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดค่าเงิน

  • เราเชื่อว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและตลาดทุน จะใช้เวลาหลายปีในการแก้ไข ดังนั้นเงินบาทยังมีความเสี่ยงที่จะแข็งค่าต่อเนื่องหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ ในปีหน้า จากแนวโน้มเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง พร้อมกับ การฟื้นตัวของภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว หากวัคซีน COVID-19 แจกจ่ายทั่วถึง และแรงซื้อหุ้นไทยจากนักลงทุนต่างชาติ

BOT's measures

Poon Panichpibool

ความคิดเห็นล่าสุด

เพิ่มคอมเม้นท์
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
Channarong Wanasuk
Channarong Wanasuk

เหมือนบริหารงานขาเดียวบาทแข็งก็มีประโยชน์บาทอ่อนก็มีประโยชน์ประเทศไทยอยู่ได้เพียงแค่การส่งออกธุรกิจด้านอื่นเช่นการบริการไม่สามารถแข่งขันได้ปัญหาโครงสร้างภายในประเทศคือปัญหาใหญ่เหมือนแกไม่ถูกจุดในระยะยาว  ... (อ่านเพิ่มเติม)

Nov 22, 2020 00:21 GMT· ตอบกระทู้
KwAnG KwAnG
KwAnG KwAnG

👍🏻  ... (อ่านเพิ่มเติม)

Nov 20, 2020 14:41 GMT· ตอบกระทู้
คำอภิปราย
เขียนคำตอบกลับ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง

การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา

English (USA) English (UK) English (India) English (Canada) English (Australia) English (South Africa) English (Philippines) English (Nigeria) Deutsch Español (España) Español (México) Français Italiano Nederlands Português (Portugal) Polski Português (Brasil) Русский Türkçe ‏العربية‏ Ελληνικά Svenska Suomi עברית 日本語 한국어 简体中文 繁體中文 Bahasa Indonesia Bahasa Melayu Tiếng Việt हिंदी
ลงชื่อออก
คุณแน่ใจหรือว่าต้องการลงชื่อออกจากระบบ?
ไม่ ใช่
ยกเลิกใช่
บันทึกการเปลี่ยนแปลง

+

ดาวน์โหลด แอพ Investing.com

รับฟรีข้อมูลเสนอซื้อเสนอขาย กราฟ แบบเรียลไทม์พร้อมทั้งข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับหุ้น ดัชนี สกุลเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ และพันธบัตร รับฟรีบทวิเคราะห์ทางเทคนิค/ตัวพยากรณ์สำคัญ

Investing.com ใช้งานได้ดีกว่า บนแอพ!

เนื้อหามากขึ้นแสดงข้อมูลเสนอซื้อเสนอขายและกราฟได้เร็วขึ้นและประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นกว่าเดิมทั้งหมดนี้มีให้บริการบนแอพเท่านั้น.

';