2 กลุ่มหุ้นควรเลี่ยงและ 1 กลุ่มที่น่าซื้อจากการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2020

2 กลุ่มหุ้นควรเลี่ยงและ 1 กลุ่มที่น่าซื้อจากการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2020

Investing.com  | Jan 14, 2021 10:56

เมื่อเราได้ก้าวเข้าสู่ไตรมาสใหม่ ตามธรรมเนียมของตลาดหลักทรัพย์แล้ว นักลงทุนจะต้องได้ทราบข้อมูลผลประกอบการของบริษัทเอกชนในไตรมาสก่อนซึ่งโดยปกตินั้นกลุ่มที่จะได้รายงานผลประกอบการก่อนคือหุ้นกลุ่มธนาคาร สำหรับของสหรัฐอเมริกานั้นเราก็จะได้ทราบผลประกอบการของธนาคารชื่อดังอย่างเจพี มอร์แกน (NYSE:JPM) ซิตี้กรุ๊ป (NYSE:C) และเวลล์ ฟาร์โก (NYSE:WFC) ในวันศุกร์ที่ 15 มกราคมก่อนตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ เปิด

FaceSet เผยนักวิเคราะห์ในตลาดมองว่าผลประกอบการของบริษัทบนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ในไตรมาส 4 จะลดลง 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้วเพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 หากเป็นเช่นนั้นจริง ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2020 จะกลายเป็นการลดลงของมูลค่าดัชนีเอสแอนด์พี 500 แบบปีต่อปีที่หนักที่สุดในสามครั้งซึ่งครั้งสุดท้ายที่ลดลงหนักขนาดนี้ต้องย้อนกลับไปถึงช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2009 

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังมองว่าจะมีหุ้มถึงเจ็ดกลุ่มที่จะไม่สามารถรายงานผลประกอบการแบบปีต่อปีเป็นบวกได้ หุ้นในกลุ่มนั้นได้แก่หุ้นกลุ่มพลังงาน อุตสาหกรรมและสินค้าฟุ่มเฟือย ส่วนกลุ่มที่คาดว่าจะรายงานตัวเลขการเติบโตแบบรายปีได้คือกลุ่มโลหะวัสดุและกลุ่มประกันสุขภาพS&P Q4 Earnings Growth

หกจากสิบเอ็ดกลุ่มหุ้นนำโดยกลุ่มประกันสุขภาพคาดว่าจะสามารถรายงานกำไรแบบปีต่อปีเพิ่มขึ้นได้ ในขณะที่ห้ากลุ่มหุ้นนำโดยพลังงานและอุตสาหกรรมคาดว่าจะรายงานผลกำไรเป็นลบในไตรมาสที่สี่S&P Q4 Revenue Growth

ในบทความนี้เราจะมาดูข้อมูลโดยละเอียดว่ามีสองกลุ่มหุ้นใดบ้างที่จะรายงานผลประกอบการเป็นลบและกลุ่มไหนบ้างที่จะสามารถรายงานผลประกอบการเป็นบวกได้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2020

กลุ่มหุ้นที่จะรายงานผลประกอบการเป็นลบ

1. หุ้นกลุ่มพลังงาน

- คาดการณ์ตัวเลขการปันผลกำไรต่อหุ้นเป็นลบในไตรมาสที่ 4: -98.4% แบบปีต่อปี
- คาดการณ์ตัวเลขกำไรเป็นลบในไตรมาสที่ 4: -32.7% แบบปีต่อปี

หุ้นกลุ่มพลังงานคือกลุ่มที่ถูกคาดการณ์ว่าจะรายงานผลกำไรแบบปีต่อปีได้น้อยที่สุดเมื่อเทียบกันเพื่อนๆ อีกสิบเอ็ดกลุ่ม จากการคาดการณ์ของ FaceSet ระบุว่าตัวเลขการปันผลกำไรต่อหุ้นในไตรมาสที่สี่จะลดลง 98.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว

จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบตกต่ำในปี 2020 ทำให้ราคาน้ำมันดิบโดยเฉลี่ยในไตรมาสที่สี่ปี 2020 อยู่ที่ประมาณ $41.94 ต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2019 พบว่าราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง 26% ดังนั้นนักวิเคราะห์จึงคาดว่าบริษัทผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับธุรกิจพลังงานจะกำไรหดหาย 32.7% นับเป็นตัวเลขที่แย่ที่สุดเมื่อเทียบกับหุ้นอีกสิบเอ็ดกลุ่ม

สองบริษัทที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะรายงานผลประกอบการได้ลดลงมากที่สุดคือบริษัท Valero Energy (NYSE:VLO) และ Philips 66 (NYSE:PSX) โดยบริษัท Valero คาดว่าจะมีตัวเลขการปันผลกำไรต่อหุ้นลดลงจาก $2.13 เป็น $1.22 ต่อหุ้น ในขณะที่ Philips 66 คาดว่าจะมีตัวเลขลดลงจาก $1.54 เป็น $0.54 ต่อหุ้น

อีกหนึ่งบริษัทที่คาดว่าจะมีการรายงานผลประกอบการและตัวเลขการปันผลกำไรต่อหุ้นลดลงคือบริษัท Chevron (NYSE:CVX) ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงจาก $1.24 เป็น $0.07 ต่อหุ้น XLE Daily

อันที่จริงแล้ว กราฟของกลุ่มกองทุนที่คอยติดตามบริษัทผู้ผลิตน้ำมันบนดัชนีเอสแอนด์พี 500 อย่าง Energy Select Sector SPDR® Fund (NYSE:XLE) ปรับตัวลดลง 27% ในช่วงเวลา 12 เดือนล่าสุดเมื่อเทียบกับดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ปรับตัวขึ้นเกืบอ 16% ในช่วงเวลาเดียวกัน

2. หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม

- คาดการณ์ตัวเลขการปันผลกำไรต่อหุ้นเป็นลบในไตรมาสที่ 4: -34.8% แบบปีต่อปี
- คาดการณ์ตัวเลขกำไรเป็นลบในไตรมาสที่ 4: -10.6% แบบปีต่อปี

หุ้นกลุ่มที่สองที่ถูกคาดการณ์ว่าจะรายงานผลประกอบการเป็นลบคือหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งในกลุ่มนี้ยังสามารถแยกย่อยไปได้อีกสิบเอ็ดกลุ่ม นักวิเคราะห์ประเมินว่าห้ากลุ่มที่จะปรับตัวลดลงมาที่สุดคือหุ้นอุตสาหกรรมกลุ่มการบิน (-347%) กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก (-21%) กลุ่มการค้าและจัดจำหน่าย (-13%) กลุ่มสินค้าอีเล็กทรอนิกซ์ (-11%) และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง (-10%)

สำหรับหุ้นกลุ่มนี้ นักวิเคราะห์มองว่าผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากกลุ่มสายการบิน พวกเขาคาดว่าตัวเลขกำไรแบบปีต่อปีของหุ้นสายการบินจะลดลงมากถึง -66% แบบปีต่อปี สะท้อนให้เห็นความหายนะที่วิกฤตโควิด-19 สร้างให้กับการท่องเที่ยวที่กระทบมาถึงสายการบินJETS Daily

ด้วยเหตุนี้ อุตสาหกรรมสายการบินของสหรัฐฯ จึงได้ร่วงลงเป็นอย่างมากในช่วงสิบสองเดือนล่าสุด แม้แต่ดัชนีที่ใช้วัดเฉพาะหุ้นกลุ่มสายการบินอย่างกองทุน ETF US Global Jets (NYSE:JETS)ยังปรับตัวลดลงแบบปีต่อปี 29% สายการบินยอดนิยมที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ (NYSE:LUV) เดลต้า แอร์ไลน์ (NYSE:DAL) ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ (NASDAQ:UAL) และอเมริกัน แอร์ไลน์ (NASDAQ:AAL)

กลุ่มหุ้นที่จะรายงานผลประกอบการเป็นบวก

3. หุ้นกลุ่มดูแลสุขภาพ

- คาดการณ์ตัวเลขการปันผลกำไรต่อหุ้นเป็นลบในไตรมาสที่ 4: +6.6% แบบปีต่อปี
- คาดการณ์ตัวเลขกำไรเป็นลบในไตรมาสที่ 4: +10% แบบปีต่อปี

 เพราะโรคระบาดคือสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง ดังนั้นหุ้นในกลุ่มเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจึงมาแรงเป็นอย่างมากตั้งแต่ปี 2020 โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพที่คาดว่าตัวเลขการปันผลกำไรต่อหุ้นจะเพิ่มขึ้น 15% และกำไรของหุ้นในกลุ่มเภสัชกรรมคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 13% แบบปีต่อปี นอกจากนี้หุ้นในกลุ่มย่อยอย่างเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตคาดว่าจะกำไรแบบปีต่อปีเติบโตขึ้น +22% และกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ +20%XLV Daily

ด้วยกระแสรักสุขภาพที่มาแรงจึงทำให้ในช่วงสิบสองเดือนล่าสุดกองทุน ETF ที่วัดเฉพาะหุ้นในกลุ่มดูแลสุขภาพ Health Care Select Sector SPDR® Fund (NYSE:XLV)ปรับตัวขึ้นเกือบ 14% เข้าใกล้ระดับราคาสูงสุดตลอดกาลที่เคยทำได้ และกองทุน ETF iShares Nasdaq Biotechnology (NASDAQ:IBB) ที่เน้นเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพและเภสัชกรรมบนดัชนี NASDAQ ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 31% ในปี 2019IBB Daily

หุ้นที่อยู่ในกลุ่มนี้ก็มีบริษัทชื่อดังที่เราได้ยินบ่อยๆ ในการรายงานข่าวเกี่ยวกับโควิด-19 อย่างเช่นบริษัทโมเดิร์นนา (NASDAQ:MRNA) และแอบบอทท์ แลบาลาทอรี่ส์ (NYSE:ABT) สำหรับโมเดิร์นนาคาดว่าจะสามารถรายงานผลกำไรได้มากถึง $292.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 2000% จากกำไร $14.1 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว ส่วนหุ้นของแอบบอทท์คาดว่าจะสามารถรายงานตัวเลขผลกำไรได้ $9,940 ล้านเหรียญสหรัฐ

Investing.com

ความคิดเห็นล่าสุด

เพิ่มคอมเม้นท์
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
คำอภิปราย
เขียนคำตอบกลับ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง

การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา

English (USA) English (UK) English (India) English (Canada) English (Australia) English (South Africa) English (Philippines) English (Nigeria) Deutsch Español (España) Español (México) Français Italiano Nederlands Português (Portugal) Polski Português (Brasil) Русский Türkçe ‏العربية‏ Ελληνικά Svenska Suomi עברית 日本語 한국어 简体中文 繁體中文 Bahasa Indonesia Bahasa Melayu Tiếng Việt हिंदी
ลงชื่อออก
คุณแน่ใจหรือว่าต้องการลงชื่อออกจากระบบ?
ไม่ ใช่
ยกเลิกใช่
บันทึกการเปลี่ยนแปลง

+

ดาวน์โหลด แอพ Investing.com

รับฟรีข้อมูลเสนอซื้อเสนอขาย กราฟ แบบเรียลไทม์พร้อมทั้งข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับหุ้น ดัชนี สกุลเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ และพันธบัตร รับฟรีบทวิเคราะห์ทางเทคนิค/ตัวพยากรณ์สำคัญ

Investing.com ใช้งานได้ดีกว่า บนแอพ!

เนื้อหามากขึ้นแสดงข้อมูลเสนอซื้อเสนอขายและกราฟได้เร็วขึ้นและประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นกว่าเดิมทั้งหมดนี้มีให้บริการบนแอพเท่านั้น.