เทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ควรกังวลกับ Inverted Yield Curve ของสหรัฐฯ หรือไม่

เทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ควรกังวลกับ Inverted Yield Curve ของสหรัฐฯ หรือไม่

Kathy Lien  | Apr 01, 2019 15:57

ไตรมาสแรกเป็นไตรมาสที่หนักหน่วงสำหรับ ดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่ค่าเงินดิ่งลงเหวตั้งแต่ต้นปี คู่ USD/JPY ยังคงมีแรงซื้ออย่างสม่ำเสมอ หนุนให้คู่สกุลเงินไต่ระดับขึ้นไปตั้งแต่จุดต่ำสุดที่ 104.78 ขึ้นไปถึง 112.13

นอกจากนี้ดอลลาร์สหรัฐฯ ยังดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดในรอบหลายเดือนเมื่อเทียบกับเงินยูโร และมีมูลค่าที่ลดลงเมื่อจับคู่กับเงินปอนด์สเตอร์ลิง, ดอลลาร์ออสเตรเลีย, ดอลลาร์นิวซีแลนด์ และ ดอลลาร์แคนาดา อีกด้วย มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสามเดือนที่ผ่านมา การเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกก็ชะลอตัว ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลก็ดิ่งลง บรรดาธนาคารกลางก็กำลังหารือกันถึงความจำเป็นที่ต้องลดจำนวนครั้งการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยและบังคับใช้แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ฝั่งสหรัฐฯ กราฟผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ลาดลงได้จุดชนวนสร้างความหวาดกลัวการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทางยุโรปเองก็ยังรอคอยอย่างไร้จุดหมายว่า Brexit จะมีความคืบหน้าต่อไปอย่างไรบ้าง ความน่ากังวลเหล่านี้จะยังคงหลอกหลอนตลาดการเงินต่อไปอีกตลอดทั้งไตรมาสที่สองนี้ โดยเฉพาะในตลาดฟอเร็กซ์ที่จะต้องเกิดการยื้อแย่งกันไปมา ระหว่างระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของผู้ลงทุนกับนโยบายทางการเงินของธนาคารกลาง ส่วนในอนาคตอันใกล้นี้ ไตรมาสที่สองได้เริ่มขึ้นแล้วด้วยปฏิทินเศรษฐกิจที่อัดแน่น มีทั้งกำหนดการประชุมนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางออสเตรเลีย อีกทั้งการรายงานข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย และแคนาดาอีกด้วย ฉะนั้นจึงหมายความว่าเราไม่เพียงแค่ต้องจับตาความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของดอลลาร์ออสเตรเลียอย่างเดียว แต่จะต้องเกิดการผันผวนอย่างมากในทุกสกุลเงินหลักแน่นอน

USD

ดอลลาร์สหรัฐฯ

ทบทวนข้อมูลที่ผ่านมา

  • ยอดเริ่มก่อสร้างบ้าน 1,162,000 หลัง จากที่คาดไว้ 1,210,000 หลัง
  • ใบอนุญาตก่อสร้าง 1,296,000 หลัง จากที่คาดไว้ 1,305,000 หลัง
  • ดัชนีราคาบ้าน S&P Case Shiller 0.11% จากที่คาดไว้ 0.3%
  • ดัชนีเฟดในริชมอนด์ 10 จากที่คาดไว้ 10
  • รายงานความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจากคณะกรรมการการประชุม 124.1 จากที่คาดไว้ 132.5
  • ดุลการค้า -5.11 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ จาก -5.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • งบดุลปัจจุบัน -1.344 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ จากที่คาดไว้ -130 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • ตัวเลข GDP แบบปรับปรุงแล้วประจำไตรมาสที่สี่ 2.2% จากที่คาดไว้ 2.3%
  • รายจ่ายส่วนบุคคล 2.5% จากที่คาดไว้ 2.6%
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน 211,000 ราย จากที่คาดไว้ 220,000 ราย
  • ยอดรอขายบ้านสหรัฐฯ -1% จากที่คาดไว้ -0.5%
  • รายรับส่วนบุคคล 0.2% จากที่คาดไว้ 0.3%
  • รายจ่ายส่วนบุคคล 0.1% จากที่คาดไว้ 0.3%
  • ยอดขายบ้านมือหนึ่ง 667,000 หลัง จากที่คาดไว้ 620,000 หลัง
  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน 98.4 จากที่คาดไว้ 97.8

ภาพรวมของข้อมูล

  • ยอดค้าปลีก – อาจพลิกฟื้นขึ้นอย่างฉับพลันเนื่องจากราคาน้ำมันและรายได้แรงงานเติบโตอย่างมากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
  • ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน - ยากที่จะคาดการณ์แต่ยอดคำสั่งซื้อสินค้าจาก Boeing (NYSE:BA) จะต้องได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากเหตุเครื่องบินตก 2 ครั้งอย่างแน่นอน
  • รายงาน ADP – จำนวนแรงงานภาคเอกชนจะยังไม่ลดลงง่าย ๆ หลังจากที่ตัวเลขเดือนที่แล้วออกมาแตกต่างจากอัตราจ้างงานนอกภาคการเกษตรอย่างสิ้นเชิง
  • ดัชนี ISM ภาคการผลิต
  • ดัชนี ISM นอกภาคการผลิต – ตัวเลขน่าจะออกมาซบเซาลงจากเมื่อเดือนที่แล้วที่อัตราจ้างงานนอกภาคการเกษตรตกต่ำอย่างมาก
  • อัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตร - การเติบโตของตลาดแรงงานน่าจะพลิกฟื้นขึ้นมาได้หลังจากดิ่งลงอย่างหนักเมื่อเดือนที่แล้ว

ระดับที่สำคัญ

  • แนวรับ 110.00
  • แนวต้าน 112.00

ผู้ลงทุนภาวะกระทิงควรกังวลกับ Inverted US yield curve หรือไม่

ประเด็นที่ใหญ่ที่สุดในตลาดการเงินขณะนี้คือกราฟส่วนต่างของผลตอบแทนที่ลาดลง เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 ที่ผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลแบบสิบปี มีมูลค่าต่ำกว่าผลตอบแทนจาก พันธบัตรแบบสามเดือน และได้ทำให้ผู้ลงทุนเกิดความกังวลอย่างมาก เศรษฐกิจสหรัฐฯ เคยประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยมาแล้วกว่า 7 ครั้งในช่วง 5 ทศวรรษที่ผ่านมา และได้เกิดเหตุการณ์กราฟส่วนต่างผลตอบแทนลาดลงเช่นนี้ก่อนภาวะเศรษฐกิจถดถอยเกือบทุกครั้งยกเว้นอยู่ครั้งเดียว สาเหตุที่กราฟส่วนต่างผลตอบแทนลาดลงเป็นปัจจัยหลักที่สามารถบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากเมื่ออัตราผลตอบแทนระยะสั้นมีมูลค่ามากกว่าอัตราผลตอบแทนระยะยาว ผู้ลงทุนก็จะเริ่มเกิดความกังวลต่อภาพรวมในระยะสั้นของเศรษฐกิจ และต้องการเงินก้อนเพื่อชดเชยเงินที่ลงทุนไปในระหว่างนั้น ตลาดหุ้นมักจะพุ่งขึ้นก่อนหน้านั้น จากนั้นจึงจะเกิดภาวะตลาดหมีที่มาพร้อมกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย

สรุปแล้วคุณควรกังวลหรือไม่ ถ้าในระยะสั้นก็ไม่ แต่ระยะยาวควรกังวลแน่นอน

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ลงทุนตลาดฟอเร็กซ์ต่างก็สับสนกับการเพิ่มความเสี่ยง / ลดความเสี่ยงไปมา เพราะผู้ลงทุนประสบความยากลำบากมากในการวิเคราะห์ว่า ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลงจะส่งผลดีหรือผลเสียแก่ตลาดหุ้น ในอีกแง่หนึ่งอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำก็เป็นผลดีแก่การกู้ยืม แต่ในอีกแง่หนึ่ง การที่กราฟส่วนต่างผลตอบแทนลาดลงก็สืบเนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง รวมถึงความหวาดวิตกของธนาคารกลางอีกเช่นกัน เมื่อเดือนที่แล้ว ทุกธนาคารกลางหลักต่างก็แสดงความกังวลต่อทั้งเศรษฐกิจภายในประเทศและเศรษฐกิจโลก ทำให้ผู้ลงทุนพันธบัตรรัฐบาลเริ่มให้ความสนใจกับประเด็นนี้มากขึ้น ในขณะที่ผู้ลงทุนในตลาดหุ้นโดยส่วนมากกลับไม่ได้ใส่ใจต่อคำเตือนเหล่านี้ จากหลายเดือนที่ผ่านมาที่บรรดาหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน การที่ดอลลาร์สหรัฐฯ ขยับตัวหลายทิศทางเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าผู้ลงทุนฟอเร็กซ์เริ่มไม่แน่ใจว่าอะไรสำคัญกว่ากัน การเลี่ยงความเสี่ยงหรือภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากมองในระยะสั้นก็ยังคงไม่มีอะไรต้องกังลเพราะว่าโดยปกติแล้วจะต้องใช้เวลานานกว่า 12 เดือนนับจากการเกิดกราฟส่วนต่างผลตอบแทนที่ลาดลง จึงจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยจริง ๆ ขณะที่ตัวบ่งชี้ต่าง ๆ ก็ยังบอกอะไรไม่ได้มาก โดยเฉลี่ยแล้วในระยะเวลาหกสิบปีก่อนที่เคยเกิดกราฟลาดลงถึง 9 ครั้ง ตลาดหุ้นจะยังไม่ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ง่าย ๆ จนกว่าจะผ่านไปแล้ว 8 เดือน ฉะนั้นหมายความว่าบรรดาหุ้นต่าง ๆ จะยังคงตัวในแดนบวกได้จนกว่าจะมีสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนกว่านี้ นอกจากนี้กราฟส่วนต่างผลตอบแทนยังอาจลาดลง ปรับขึ้นเป็นปกติ แล้วกลับมาลาดลงอีกครั้งดังที่เคยเป็นมาหลายครั้งในอดีต

ในระยะยาว ลักษณะการเกิดกราฟส่วนต่างผลตอบแทนที่ลาดลงก็เป็นไปตามคำเตือนของเฟดและธนาคารกลางยุโรปเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2020 หรือ 2021 แต่ก็เช่นเดียวกับตลาดหุ้น กราฟส่วนต่างผลตอบแทนที่ลาดลงไม่ได้ส่งผลเสียต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เสมอไป ครั้งล่าสุดที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะสามเดือนมีมูลค่ามากกว่าแบบสิบปีคือเมื่อปี 2008 และเกิดขึ้นก่อนหน้าที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ จะพุ่งขึ้นจากพฤติกรรมการเลี่ยงความเสี่ยง และก่อนหน้านั้นในปี 2006 เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ตกลงเล็กน้อยเมื่อกราฟลาดลงช่วงแรก แต่ก็พลิกฟื้นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับปี 2000 ที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ สร้างฐานแล้วดีดตัวขึ้นไปสูงกว่าเดิม

แม้ว่ากราฟส่วนต่างผลตอบแทนที่ลาดลงอาจช่วยหนุนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ ในอนาคตอันใกล้นี้ ผู้ลงทุนจะหันไปให้ความสนใจต่อนโยบายทางการเงินของเฟด และดูว่าเศรษฐกิจได้ชะลอตัวมากพอที่จะเห็นด้วยกับการตัดสินใจของเฟดในการยกเลิกการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเหลือเพียงศูนย์ครั้งตลอดทั้งปีนี้หรือไม่ ดอลลาร์สหรัฐฯ จะดิ่งลงอย่างรวดเร็วเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับยอดค้าปลีก, รายงานดัชนี ISM และอัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตร หากรายจ่าย ตัวเลขทางเศรษฐกิจ และการเติบโตของตลาดแรงงานลดลง คู่ USDJPY จะดิ่งลงไปอีกอย่างรวดเร็ว ถ้าหากรายงานออกมาดีกว่าเมื่อเดือนที่แล้ว เราอาจได้เห็นการฟื้นตัวขึ้นก็เป็นได้

AUD, NZD, CAD

ทบทวนข้อมูล

ออสเตรเลีย

  • ไม่มีข้อมูล

นิวซีแลนด์

แคนาดา

ภาพรวมของข้อมูล

ออสเตรเลีย

นิวซีแลนด์

  • ไม่มี

แคนาดา

  • IVEY PMI – อาจพลิกฟื้นขึ้นมาจากเดือนที่แล้ว
  • รายงาน อัตราการจ้างงาน – น่าจะลดลงจากตัวเลขที่แข็งแกร่งของสองเดือนที่แล้ว

ระดับที่สำคัญ

  • แนวรับ AUD .7000 NZD .6700 CAD 1.3200
  • แนวต้าน AUD .7200 NZD .6900 CAD 1.3450

ดอลลาร์ออสเตรเลียจะดิ่งเพราะธนาคารกลางออสเตรเลียหรือไม่

ผู้ลงทุนต่างก็กำลังเทขายสกุลเงินเพราะความกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก จึงทำให้ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กกว่า มักจะได้รับผลกระทบต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายนอกประเทศหากประเทศคู่ค้าของตนประสบปัญหา ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้ทราบข่าวว่าผลกำไรภาคอุตสาหกรรมของจีนลดลงถึง 14% และภาวะตกต่ำเช่นนี้มักทำให้ธนาคารกลางเริ่มใช้แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จีนเพิ่งลดอัตราภาษีซึ่งมีผลในสัปดาห์นี้ รัฐบาลจึงอยากรอดูว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นเพียงใดก่อนที่จะดำเนินการอย่างอื่นเพิ่มเติม ธนาคารกลางออสเตรเลียที่มีกำหนดการประชุมนโยบายทางการเงินในวันนี้อาจได้รับแรงกระตุ้นแบบเดียวกัน แม้ว่าธนาคารกลางนิวซีแลนด์มีแนวโน้มผ่อนคลายขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางออสเตรเลียเองก็คงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปจะเป็นการปรับลง ไม่ปรับขึ้น นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา เราได้เห็นการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น รายจ่ายผู้บริโภคพลิกฟื้น และอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับที่ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2011 สัญญาณที่ดีเหล่านี้อาจช่วยชดเชยขาลงของภาคธุรกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภค รวมถึงการค้าในประเทศจีนอีกด้วย ฉะนั้นขณะที่ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้อาจกดดันให้ AUD ต่ำลง แต่การตัดสินใจปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางออสเตรเลียอาจช่วยโอบอุ้บสกุลเงินไว้ได้ นอกเหนือจากการแถลงการณ์นโยบายทางการเงินแล้ว ยังมีกำหนดการประกาศยอดค้าปลีก, ดุลการค้า, ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคกิจการบริการอีกด้วย ตามหลักเทคนิคแล้ว คู่สกุลเงินจะยังอยู่ใต้กรอบแนวต้านจนกว่าจะทะลุ .7150 ขึ้นไปได้

AUD Data Points

แต่มองในมุมกลับกัน เงินดอลลาร์นิวซีแลนด์อาจซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่ามาก จากเมื่อวันพุธที่ผ่านมา คู่สกุลเงิน NZD/USD ประสบกับขาลงครั้งใหญ่ที่สุดภายในวันเดียวของรอบ 7 สัปดาห์ ภายหลังจากธนาคารกลางออกมาประกาศนโยบายทางการเงิน ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ NZD/USD ดิ่งลงถึงเพียงนี้คือตอนที่อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นเกินคาดการณ์ ครั้งนี้ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ทำให้ทุกฝ่ายประหลาดใจด้วยการกล่าวว่า มีแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าเพิ่ม เพราะขณะนี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดการชะลอตัวอันเนื่องมาจากความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ลดลง และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวอย่างชัดเจนมากขึ้น นับเป็นการออกตัวครั้งใหญ่ของผู้ว่าการธนาคารกลาง นายออร์ จากที่เขาเพิ่งกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า จะยังไม่ลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้แม้ว่าจะมีสัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจก็ตาม ฉะนั้นเพราะคู่สกุลเงินได้ทะลุแนวรับทางเทคนิคลงไปแล้ว ระดับต่อไปที่ NZD/USD จะมุ่งลงไปคือใกล้ระดับ .6750 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในเดือนมีนาคม

USD/CAD มีราคาปิดที่ระดับสูงสุดในรอบสองเดือนแม้ว่าจะมีการพลิกฟื้นขึ้นของราคาน้ำมัน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังคงตัวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบห้าเดือน ผู้ลงทุนเกิดความกังวลมากกว่าว่าเหตุใดการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ จึงส่งผลแก่แคนาดาได้ หลังจากที่เกิดการขาดดุลการค้าอย่างรุนแรงเมื่อเดือนธันวาคม ในเดือนมกราคมก็ยังมีการพลิกฟื้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อัตราการเติบโตของ GDP ก็ฟื้นตัวขึ้นมาได้ แต่ยังไม่มากพอที่จะคลายความกังวลของตลาดว่า ความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ จะต้องส่งผลอย่างรุนแรงต่อแคนาดาอย่างแน่นอน สัปดาห์นี้ก็เป็นอีกสัปดาห์ที่สำคัญสำหรับดอลลาร์แคนาดา โดยมีกำหนดการประกาศทั้งดัชนี IVEY PMI และตัวเลขตลาดแรงงานของประเทศ

เงินปอนด์อังกฤษ

ทบทวนข้อมูล

  • ผลสำรวจยอดขายแบบปันส่วน CBI -18 จากที่คาดไว้ 4
  • ดัชนีความเชื่อมั่น GfK -13 จากที่คาดไว้ -14
  • ราคาบ้านทั่วประเทศ 0.2% จากที่คาดไว้ 0%
  • การอนุมัติสินเชื่อ 64,300 จากที่คาดไว้ 65,000
  • GDP ไตรมาสที่สี่ 0.2% จากที่คาดไว้ 0.2%
  • ปริมาณงบดุลปัจจุบัน -2.37 หมื่นล้าน จากที่คาดไว้ -2.29 หมื่นล้าน

ภาพรวมของข้อมูล

  • ดัชนี PMI ภาคการผลิต ของสหราชอาณาจักร – มีแนวโน้มว่าจะลดลงจากตัวเลข CBI ที่ดิ่งลงอย่างฉับพลัน
  • ดัชนี PMI ภาคกิจการบริการ – ต้องรอดูว่าภาคการผลิตจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ตัวเลขน่าจะออกมาอ่อนแอเนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ Brexit

ระดับที่สำคัญ

  • แนวรับ 1.2800
  • แนวต้าน 1.3300

เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายที่จะทดสอบความอดทนของรัฐสภา หลังจากที่นายกเมย์เสนอจะลาออกหากสภาอนุมัติข้อตกลงของเมย์ นายกเมย์พ่ายแพ้อย่างยับเยินอีกครั้งหลังจากที่สมาชิกสภาฯ ลงคะแนนเสียงปฏิเสธข้อตกลงของเมย์ด้วยคะแนนเสียง 334 ต่อ 286 สหราชอาณาจักรมีเวลาจนถึง 11 เมษายนในการคิดแผนการใหม่ ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะถูกบีบบังคับให้ออกจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อตกลง อันเป็นเหตุการณ์ที่อาจส่งผลให้เศรษฐกิจและสกุลเงินของสหราชอาณาจักรดิ่งลงเหว สหภาพยุโรปไม่ได้มองสถานการณ์ในแง่ดีเท่าไรนัก ทางสหภาพฯ สังหรณ์ใจอยู่แล้วว่า "การถอนตัวแบบไร้ข้อตกลง" ในวันที่ 12 เมษายนดูจะเป็นไปได้มากที่สุดแล้ว ซึ่งสหภาพฯ ได้เตรียมตัวเพื่อเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2017 ทั้งนี้บรรดาสิทธิประโยชน์ที่ระบุไว้ในข้อตกลง รวมถึงช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านที่ได้ระบุไว้ จะไม่มีการนำมาปรับใช้หากเกิด "การถอนตัวแบบไม่มีข้อตกลง" ล่าสุดนายโดนัลด์ ประธานสหภาพฯ ได้เรียกประชุมผู้นำสหภาพฯ อย่างฉุกเฉินในวันที่ 12 เมษายนนี้เพื่อร่วมหารือหากมีการเสนอขอใด ๆ จากสหราชอาณาจักร ขณะนี้จึงมีเพียงสามผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ หนึ่งคือสหราชอาณาจักรถอนตัวจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อตกลง, นายกเมย์สละตำแหน่งและสหราชอาณาจักรยื่นขอการยืดเวลาอันเนื่องมาจากการสละตำแหน่งของเมย์ หรือนายกเมย์อาจอ่อนข้อให้กับสหภาพยุโรปแล้วขอยืดเวลาเสียเอง โดยสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือการที่นายกเมย์สละตำแหน่ง และถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ เงินปอนด์อังกฤษอาจฟื้นตัวขึ้นมาได้ ฉะนั้นในสัปดาห์นี้ Brexit ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเงินปอนด์สเตอร์ลิง แต่ข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรก็เป็นที่น่าจับตาเช่นกัน โดยจะมีการประกาศตัวเลข PMI ในสัปดาห์นี้ แม้ว่าไม่น่าจะมีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้นเนื่องจากความยืดเยื้อของสถานการณ์ Brexit ที่มีมาอย่างยาวนาน

ยูโร

ทบทวนข้อมูล

  • ค่าบรรยากาศทางธุรกิจ IFO ของเยอรมนี 99.6 จากที่คาดไว้ 98.5
  • ผลคาดการณ์ IFO ของเยอรมนี 95.6 จากที่คาดไว้ 94
  • ผลประเมิน IFO ปัจจุบันของเยอรมนี 103.8 จากที่คาดไว้ 102.9
  • ดัชนีความเชื่อมั่น GfK ของเยอรมนี 10.4 จากที่คาดไว้ 10.8
  • ดัชนี CPI เดือนต่อเดือนของเยอรมนี 0.4% จากที่คาดไว้ 0.6%
  • ดัชนี CPI ปีต่อปี 1.3% จากที่คาดไว้ 1.5%
  • ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ EZ 105.5 จากที่คาดไว้ 105.9
  • ดัชนีความเชื่อมั่นทางอุตสาหกรรม EZ -1.7 จากที่คาดไว้ -0.6
  • ยอดค้าปลีกเยอรมนี 0.9% จากที่คาดไว้ -1%
  • ตัวเลขการจ้างงานในเยอรมนี -7,000 ตำแหน่ง จากที่คาดไว้ -10,000 ตำแหน่ง
  • อัตราว่างงานในเยอรมนี 4.9% จากที่คาดไว้ 4.9%

ภาพรวมของข้อมูล

ระดับที่สำคัญ

  • แนวรับ 1.1200
  • แนวต้าน 1.1400

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมันติดลบ ยูโรจะมุ่งไปสู่ 1.10 หรือไม่

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของทางฝั่งยุโรปก็ติดลบเช่นกัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี แบบสิปปี ดิ่งลงสู่ระดับที่ต่ำสุดในรอบสองปีครึ่ง ติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 สร้างภาวะตลาดหมีให้แก่สกุลเงินอย่างมาก แต่แรงดิ่งของเงินยูโรกลับเบาแรงลงด้วยผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลงในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำในขณะนี้ เงินยูโรน่าจะซื้อขายอยู่ที่ระดับ1.10 ไม่ใช่ระดับ 1.12 แต่ด้วยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรแบบสิบปีที่ต่ำมาก จนส่วนต่างผลตอบแทนเริ่มเป็นไปในทิศทางที่ช่วยหนุน EUR/USD จึงทำให้แรงดิ่งทุเลาลง แต่คู่สกุลเงินก็จะยังดิ่งลงต่อไปอยู่ดีและคงแตะแนวรับในอีกไม่นานนี้ ส่วนคู่ EUR/JPY ก็มีแนวโน้มปรับลงไปอีกเนื่องจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีแบบ 10 ปี ลดลงไปต่ำกว่าผลตอบแทน JGB ของญี่ปุ่นที่มีช่วงอายุเดียวกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 แม้ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาคู่สกุลเงินจะลงไปแตะระดับที่ต่ำสุดในรอบสองเดือน แต่พวกเรามองว่า EUR/JPY จะดิ่งลงไปถึง 123 หรือแม้กระทั่งลงไปถึง 122 ก็เป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ดี ข้อมูลทางเศรษฐกิจของฝั่งยูโรโซนในช่วงนี้มีหลายทิศทาง ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีก็ขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ดัชนีความเชื่อมั่นของฝั่งยูโรโซนลดลง และแรงกดดันในอัตราเงินเฟ้อกลับผ่อนคลายขึ้น เมื่อดูจากปฏิทินเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ มีกำหนดการประกาศข้อมูลที่ส่งผลต่อฝั่งยูโรโซนน้อยกว่าดอลลาร์สหรัฐฯ ฉะนั้นคู่สกุลเงินอาจได้รับผลกระทบครั้งต่อไปจากปฏิกิริยาของตลาดเมื่อข้อมูลฝั่งสหรัฐฯ ออกมา

Kathy Lien

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็นล่าสุด

เพิ่มคอมเม้นท์
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
Bum Kunlayanee
Bum Kunlayanee

วิเคาระห์ได้ละเอียดดีจัง เห็นภาพรวมของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบอันคาดว่าจะเกิดกับตลาด Forex ชัดเจนด้วย ขอบคุณมากๆ ค่ะ  ... (อ่านเพิ่มเติม)

Apr 08, 2019 12:16 GMT· ตอบกระทู้
Peerasart Noichangkit
Peerasart Noichangkit

ขอบคุณมากครับ  ... (อ่านเพิ่มเติม)

Apr 05, 2019 20:11 GMT· ตอบกระทู้
Dark panther
Dark panther

ขอบคุณ  ... (อ่านเพิ่มเติม)

Apr 04, 2019 08:09 GMT· ตอบกระทู้
Dark panther
Dark panther

ขอบคุณ  ... (อ่านเพิ่มเติม)

Apr 04, 2019 08:09 GMT· ตอบกระทู้
คำอภิปราย
เขียนคำตอบกลับ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง

การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา

English (USA) English (UK) English (India) English (Canada) English (Australia) English (South Africa) English (Philippines) English (Nigeria) Deutsch Español (España) Español (México) Français Italiano Nederlands Português (Portugal) Polski Português (Brasil) Русский Türkçe ‏العربية‏ Ελληνικά Svenska Suomi עברית 日本語 한국어 中文 香港 Bahasa Indonesia Bahasa Melayu Tiếng Việt हिंदी
ลงชื่อออก
คุณแน่ใจหรือว่าต้องการลงชื่อออกจากระบบ?
ไม่ ใช่
ยกเลิกใช่
บันทึกการเปลี่ยนแปลง

+