5 ข้อผิดพลาดครั้งสำคัญของนักลงทุนชื่อดัง

5 ข้อผิดพลาดครั้งสำคัญของนักลงทุนชื่อดัง

อินไซด์ Investing  | Apr 12, 2019 05:55

5 ข้อผิดพลาดครั้งสำคัญของนักลงทุนชื่อดัง

หากคนที่ติดตามข่าวสารทางการเงินมาโดยตลอดอาจพบเห็นเรื่องราวเมื่อเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับการสูญเงินกว่า 4.3 พันล้านดอลลาร์ของบริษัท Berkshire Hathaway ซึ่งเป็นผลจากการเดิมพันที่ไม่เป็นไปตามคาดในบริษัท Kraft Heinz นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรือครั้งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นกับนักลงทุน แต่การจดจำความผิดพลาดครั้งสำคัญที่เคยเกิดขึ้นเช่นนี้อาจช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่คล้ายกันในอนาคต ด้านล่างนี้คุณจะได้พบกับความผิดพลาด เรื่องน่าเสียดาย และการตัดสินใจที่เลวร้าย ในประวัติศาสตร์ของการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา

1. ความผิดพลาด (ครั้งแรก) ของบัฟเฟตต์กับบริษัท Berkshire ที่มีมูลค่านับพันล้าน

คุณรู้หรือไม่ว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) เริ่มลงทุนครั้งแรกในบริษัท Berkshire Harthaway เมื่อปี 1962? ณ ตอนนั้น มันยังเป็นเพียงบริษัทสิ่งทอที่กำลังตกต่ำ วอร์เรนซื้อหุ้นแบบยกชุดโดยวางแผนที่จะทำกำไรเมื่อโรงงานทอผ้าแห่งอื่น ๆ ปิดตัวลง เมื่อเล็งเห็นอนาคตที่สดใส บริษัทพยายามที่จะบีบเอาเงินสดจากบัฟเฟตต์ให้มากขึ้นซึ่งทำให้เขารู้สึกโกรธ เพื่อเป็นการตอบกลับ บัฟเฟตต์ได้ซื้อหุ้นเพื่อมีอำนาจควบคุมบริษัทและไล่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารออก จากนั้นพยายามที่จะทำให้ธุรกิจทำกำไรอีกครั้งเป็นระยะเวลา 20 ปี เมื่อถูกถามเกี่ยวกับกรณีนี้ บัฟเฟตต์กล่าวว่าเขาประเมินว่าเขาน่าจะสูญเสียเงินไปเป็นจำนวน 200 พันล้านดอลลาร์ ว้าว...

2. การตัดสินใจไม่ไปต่อกับ Apple

นอกเหนือจากสตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) และ สตีฟ วอซเนียก (Steve Wozniak) แล้ว บริษัท Apple มีผู้ร่วมก่อตั้งคนที่ 3 นั่นคือ - โดนัลด์ เวนน์ (Ronald Wayne) เวนน์มีบทบาทสำคัญในบริษัทระหว่างช่วงปีแรกของบริษัทแต่ภายหลัง 11 วันเขาตัดสินใจว่าบริษัทไม่ได้มีอนาคตแล้ว เขาจึงเทขายหุ้นของเขาไปในราคา 800 ดอลลาร์ (ใช่ เกือบประมาณแปดร้อยดอลลาร์เท่านั้น) หากเขาเก็บหุ้นของเขาไว้ต่อไป ปัจจุบันอาจมีมูลค่ากว่า 32.5 พันล้านดอลลาร์ บางครั้งคุณแค่ต้องถือหุ้นไว้...

3. 20th Century Fox กับลิขสิทธิ์ Star Wars ที่หลุดมือไป

ย้อนกลับไปในปี 1977 จอร์จ ลูคัส (George Lucas) ผู้กำกับวัยหนุ่มหน้าใหม่ได้เปิดตัวภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ที่ต่อมาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะ ภาพยนต์ภาคแรกของ Star Wars ในช่วงนั้น ผู้บริหารของบริษัท Fox ไม่คิดว่ามันจะประสบความสำเร็จนัก พวกเขาจึงให้ลิขสิทธิ์แบรนด์แก่ลูคัส ในปี 2012 ลูคัสขายบริษัทของเขา นั่นคือ Lucasfilm ให้กับบริษัท Disney เพียงแค่ 4 พันล้านดอลลาร์เท่านั้นและในปี 2018 หนังแฟรนไชส์เรื่องสตาร์วอร์สทั้งหมดมีมูลค่าสูงถึง 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์

4. เงิน 70,000 ดอลลาร์กลายการขาดทุน 1.1 พันล้านดอลลาร์ได้อย่างไร

ย้อนกลับไปในปี 1983 โทชิฮิเดะ อิกูชิ (Toshihide Iguchi) เคยทำงานเป็นผู้จัดการพอร์ตในธนาคาร Daiwa ของญี่ปุ่นที่สาขานิวยอร์ก เขาเทรด Federal Reserve Notes (FRN) แต่ทำให้ขาดทุนมูลค่า $70,000 ด้วยความพยายามที่จะปกปิดการขาดทุนของเขาและรักษาชื่อเสียงไว้ เขาเก็บความผิดพลาดนี้เป็นความลับเป็นเวลาหลายปีเมื่อการขาดทุนเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 1992 อูกูชิกล่าวโทษว่าความผิดพลาดที่มีมูลค่าในในปัจจุบัน 350 ล้านดอลลาร์เป็นความผิดพลาดของ 2 นักเทรดด้อยอาวุโสซึ่งนำไปสู่การสอบสวนของรัฐบาลกลางแต่ไม่พบความผิดใด ๆ ภายในปี 1995 มูลค่าการขาดทุนของอิกูชิ มีมูลค่าสูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเขา เขาจึงได้ส่งจดหมายสารภาพไปยังประธานธนาคารและสุดท้ายถูกจับกุม

5. เมื่อคุณรู้สึกเฉยกับ Google

คนส่วนใหญ่อาจจำเรื่องราวนี้ไม่ได้แต่ย้อนไปเมื่อปี 1999 สงครามธุรกิจเสิร์ชเอ็นจินยังคงดุเดือดรุนแรงอยู่ ยักษ์ใหญ่ในเวลานั้นรวมถึง Yahoo!, Excite และ Altavista โดยที่ Google) มีอายุเพียงแค่ 3 ปีและยังคงไม่ได้มีส่วนแบ่งตลาดที่มากนัก แลรี เจ้าของ Google ในเวลานั้นเดินทางไปยัง Excite และเสนอขายเทคโนโลยีของ Google เป็นจำนวนเงินมูลค่า 750,000 ดอลลาร์แต่ Excite ปฏิเสธในข้อเสนอดังกล่าว ปัจจุบัน Excite ปิดกิจการณ์ไปแล้วขณะที่ Google (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Alphabet) มีมูลค่า 777 พันล้านดอลลาร์

แล้วคุณล่ะ การตัดสินใจลงทุนที่เลวร้ายที่สุดของคุณคืออะไร? เล่าให้เราฟังได้ในความเห็นด้านล่างนี้

เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นบน

เพิ่มคอมเม้นท์
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
คำอภิปราย
เขียนคำตอบกลับ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง

การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา

English (USA) English (UK) English (India) English (Canada) English (Australia) English (South Africa) English (Philippines) English (Nigeria) Deutsch Español (España) Español (México) Français Italiano Nederlands Português (Portugal) Polski Português (Brasil) Русский Türkçe ‏العربية‏ Ελληνικά Svenska Suomi עברית 日本語 한국어 中文 香港 Bahasa Indonesia Bahasa Melayu Tiếng Việt हिंदी
ลงชื่อออก
คุณแน่ใจหรือว่าต้องการลงชื่อออกจากระบบ?
ไม่ ใช่
ยกเลิกใช่
บันทึกการเปลี่ยนแปลง

+