5 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (25-29 มี.ค.)

5 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (25-29 มี.ค.)

Investing.com  | Mar 24, 2019 10:34

5 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (25-29 มี.ค.)

Investing.com - เราได้รวบรวม 5 เหตุการณ์สำคัญจากปฏิทินเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อตลาดมากที่สุดในสัปดาห์นี้ดังต่อไปนี้

1. ตัวเลขประมาณการ GDP ครั้งสุดท้ายของสหรัฐฯ ในไตรมาสที่สี่

รายงานทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังคงเป็นที่น่าจับตาในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะภายหลังจากการเผยข้อมูลชุดล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าทั้งผู้บริโภคและนักธุรกิจต่างก็ล่าถอยออกมาอย่างเห็นได้ชัด

กระทรวงพาณิชย์จะประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจครั้งสุดท้ายของไตรมาสที่สี่ ในวันพฤหัสบดีเวลา 8.30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (12:30 GMT)

คาดว่าตัวเลขจะเผยการเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับสามเดือนสุดท้ายของปี 2018 ในอัตรา 2.4% ต่อปี ปรับเปลี่ยนตัวเลขจากการประมาณการเบื้องต้นที่อัตรา 2.6% ซึ่งในไตรมาสที่สามของปีที่แล้วเศรษฐกิจเคยมีการเติบโตถึง 3.4%

ขณะนี้การเติบโตของเศรษฐกิจกำลังสูญเสียความเร็ว อันเนื่องมาจากขาดแรงกระตุ้นจากการปฏิรูปภาษีกว่า 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลอีกด้วย ด้วยการเกิดสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน การเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมที่อ่อนแรง อีกทั้งความไม่แน่นอนในการถอนตัวของสหราชอาณาจักรจากสหภาพยุโรป ปัจจัยดังกล่าวทั้งหมดถือว่ามีส่วนในการบดบังภาพรวมของสถานการณ์ปัจจุบัน

2. ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ

กระทรวงพาณิชย์มีกำหนดการประกาศข้อมูลรายได้ส่วนบุคคลและรายจ่ายของผู้บริโภคประจำเดือนมกราคมนี้ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อในรายจ่ายเพื่อการบริโภค (PCE) ในวันศุกร์เวลา 8.30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (12:30 GMT)

คาดไว้ว่าดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) จะปรับขึ้น 0.2% คล้ายกับตัวเลขจากเดือนก่อน และคาดว่าดัชนีราคา PCE รายปีจะขยับขึ้นถึง 1.9%

เฟดเลือกใช้ตัวเลข PCE เพื่อเป็นเครื่องมือในการพิจารณาว่าควรลดหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ย โดยขณะนี้ยังมีเป้าหมายที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2% หรือต่ำกว่านั้น

นอกจากนี้ ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญอื่น ๆ ในสัปดาห์นี้ยังมีรายงานความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของคณะกรรมการการประชุมล่าสุด รวมถึงจำนวนบ้านใหม่ที่กำลังก่อสร้างและจะก่อสร้างในสหรัฐอีกด้วย

3. ตัวแทนจากเฟดให้คำกล่าว

สัปดาห์นี้คณะตัวแทนจากเฟดจำนวนหนึ่งมีกำหนดการให้คำกล่าว อันเป็นที่น่าสนใจในบรรดาผู้ลงทุนเพื่อรอฟังแนวทางของนโยบายทางการเงินในอนาคต

ประธานาธิบดีเฟดประจำรัฐชิคาโก นายชาร์ลส์ อีวานส์, ประธานาธิบดีเฟดประจำรัฐฟิลาเดลเฟีย นายแพทริค ฮาร์เคอร์ และประธานาธิบดีเฟดประจำนครบอสตัน นายเอริค โรเซงเกรน ต่างก็มีกำหนดการให้คำกล่าวในวันนี้

นายอีวานส์และนายฮาร์เคอร์จะให้คำกล่าวอีกครั้งในวันอังคาร รวมถึงประธานาธิบดีเฟดประจำนคร นางแมรี ดาลี อีกด้วย

การให้คำกล่าวในวันพุธประกอบไปด้วยประธานเฟดจากนครคันซัส นางเอสเธอร์ จอร์จ ซึ่งจะกล่าวถ้อยแถลงในงานที่จัดขึ้นโดยกลุ่ม Money Marketeers จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค

ส่วนคณะตัวแทนจากเฟดผู้มีกำหนดการให้คำกล่าวในวันพฤหัสบดี ได้แก่ รองประธานเฟด นายริชาร์ด คลาริดา, ผู้ว่าการเฟด นายแรนดัล ควาร์ลส์, ผู้ว่าการเฟด นางมิเชล โบว์แมน และประธานเฟดประจำนครเซนต์ลูอิส นายเจมส์ บัลลาร์ด

นายควาร์ลส์จะขึ้นให้คำกล่าวอีกครั้งในวันศุกร์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วตัวแทนจากเฟดชี้แจงว่าจะไม่มีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมเมื่อเดือนธันวาคมเคยแจ้งว่าจะมีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยสองครั้ง และเฟดยังระบุความประสงค์ที่จะยุติการลดขนาดงบดุลที่มีขนาดถึง 4.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในเดือนกันยายนนี้อีกด้วย

4. การเจรจาทางการค้าจีน-สหรัฐฯ

ทั้งสหรัฐฯ และจีนมีกำหนดการดำเนินการหารือต่อในสัปดาห์นี้ แต่ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทั้งสองฝ่ายจะยอมประนีประนอมข้อแตกต่างและยุติสงครามทางการค้าหรือไม่

ตัวแทนเจรจาทางการค้าจากสหรัฐฯ นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นายสตีเวน มนูชิน จะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งเพื่อเจรจาทางการค้าครั้งล่าสุดที่มีกำหนดการในวันพฤหัสบดีนี้

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวไว้เมื่อวันศุกร์ว่า การเจรจาทางการค้ามีจุดประสงค์ในการคลี่คลายความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจระดับโลก ซึ่งบัดนี้กำลังมีความคืบหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการลงนามข้อตกลง

ทว่าสหรัฐฯ ยังคงไม่ชะล่าใจที่จะด่วนสรุปเช่นนั้น เนื่องจากรายงานล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์จาก Financial Times ระบุว่าจีนยังไม่มีทีท่าที่จะยินยอมต่อความต้องการของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้จีนผ่อนปรนการควบคุมบริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ ภายในประเทศ

รายงานข่าวยังระบุอีกว่า จีนยังไม่มีการเสนอ "สัมปทานที่มีค่า" เพื่อสนองความต้องการของสหรัฐฯ ที่จะหยุดการแบ่งแยกผู้ให้บริการคลาวด์ต่างชาติจากจีน เพื่อลดขีดจำกัดในการโอนย้ายข้อมูลข้ามประเทศ อีกทั้งเพื่อลดหย่อนข้อกำหนดที่บังคับให้บริษัทต่าง ๆ ในจีนจัดเก็บข้อมูลไว้ภายในประเทศเพียงเท่านั้นอีกด้วย

5. ความคลุมเครือของ Brexit

ความเสี่ยงที่จะเกิดการถอนตัวสหราชอาณาจักรจากสหภาพยุโรปแบบไม่มีข้อตกลงในวันที่ 29 มีนาคมนี้ได้หมดสิ้นลงแล้ว เนื่องจากผู้นำสหภาพยุโรปได้ยินยอมอนุมัติการยืดเวลาให้แก่นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นางเธเรซา เมย์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

แต่ความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอาจหวนคืนกลับมาอีกครั้งอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 12 เมษายน หรืออาจล่าช้าไปถึงเดือนพฤษภาคมหรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถของนายกรัฐมนตรีในการทำลายขีดจำกัดของ Brexit ในรัฐสภา

เป็นระยะเวลากว่าสามปีมาแล้วที่มีการโต้เถียงกันในเรื่องนี้ และยังคงไม่มีทีท่าว่า Brexit จะเกิดขึ้นหรือไม่ เกิดขึ้นเมื่อไรหรือเกิดขึ้นอย่างไร

นายกเมย์ได้เปรยเมื่อวันศุกร์ว่า เมย์อาจไม่นำข้อตกลงการถอนตัวที่ถูกปฏิเสธมาแล้วถึงสองครั้งนำกลับไปยังรัฐสภาอังกฤษในสัปดาห์นี้อีก ทำให้กลยุทธ์ Brexit ของเมย์อยู่ในจุดวิกฤต นอกจากนี้ The Times และ The Daily Telegraph ยังรายงานว่าแรงกดดันที่บีบบังคับให้เมย์ลาออกจากตำแหน่งกำลังก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย

-- เนื้อหาข่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักข่าวรอยเตอร์

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็นล่าสุด

เพิ่มคอมเม้นท์
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
Siriwat Thanyarak
Siriwat Thanyarak

ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลดีๆ  ... (อ่านเพิ่มเติม)

Mar 25, 2019 04:36 GMT· ตอบกระทู้
คำอภิปราย
เขียนคำตอบกลับ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง

การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา

English (USA) English (UK) English (India) English (Canada) English (Australia) English (South Africa) Deutsch Español (España) Español (México) Français Italiano Nederlands Português (Portugal) Polski Português (Brasil) Русский Türkçe ‏العربية‏ Ελληνικά Svenska Suomi עברית 日本語 한국어 中文 香港 Bahasa Indonesia Bahasa Melayu Tiếng Việt हिंदी
ลงชื่อออก
คุณแน่ใจหรือว่าต้องการลงชื่อออกจากระบบ?
ไม่ ใช่
ยกเลิกใช่
บันทึกการเปลี่ยนแปลง

+