การที่เฟซบุ๊กโดนคว่ำบาตรสร้างความเสียหายให้กับบริษัทมากแค่ไหน?

การที่เฟซบุ๊กโดนคว่ำบาตรสร้างความเสียหายให้กับบริษัทมากแค่ไหน?

Investing.com  | Jun 30, 2020 11:49

กลายเป็นที่จับตามองของสังคมอีกครั้งเมื่อหุ้นและบริษัทโซเชียลยักษ์ใหญ่เฟซบุ๊ก (NASDAQ:FB) ถูกกดดันจากกลุ่มปกป้องสิทธิมนุษยชนของสหรัฐอเมริกา ครั้งนี้พวกเขายกประเด็นเรื่อง hate speech ขึ้นมาโดยกล่าวหาว่าสื่อโซเชียลมีเดียในตอนนี้ไม่มีมาตรการดูแลเรื่องการใช้คำพูดเกลียดชังและการให้ข้อมูลผิดพลาดที่ดีพอ สิ่งที่ทางกลุ่มทำคือขอให้บริษัทใหญ่ๆ ในประเทศงดการโฆษณาบนสื่อโซเชียลเหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนเฟซบุ๊ก

นักลงทุนมีความกังวลกับหุ้นเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นเมื่อดูเหมือนว่าแคมเปญนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นและมีบริษัทใหญ่ๆ พากันเห็นด้วยและงดการโฆษณาบนเฟซบุ๊กชั่วคราว ก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กก็ได้รับผลกระทบจากการโฆษณาอยู่แล้วเพราะหลายบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่าโฆษณาบนเฟซบุ๊กได้

ทันทีที่ข่าวนี้ออกสู่สาธารณชนหุ้นเฟซบุ๊กก็ปรับตัวลดลงทันที 8% ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่หลายๆ แบรนด์พากันระงับการโฆษณาบนเฟสบุ๊ก

FB Weekly TTM

หลังจากที่บริษัท Unilever (NYSE:UL) และ Coca-Cola (NYSE:KO) นำร่องหยุดโฆษณาบนเฟซบุ๊กไปก่อน ไม่นานนักบริษัทดังๆ หลายแห่งเช่น Starbucks (NASDAQ:SBUX), Levi Strauss & Co. (NYSE:LEVI) และ PepsiCo (NASDAQ:PEP) ก็ขอร่วมวงงดโฆษณาด้วย ล่าสุดเมื่อวานนี้มีบริษัท Ford (NYSE:F) และ Clorox (NYSE:CLX) ของดโฆษณาบนเฟซบุ๊กด้วยเช่นกัน

นี่คือการแสดงจุดยืนของแบรนด์ดังๆ ในสมัยนี้ พวกเขาต้องการจะบอกว่าเราสนับสนุนแคมเปญ #StopHateForProfit โดยมีจุดมุ่งหมายให้บริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมีมาตรการจัดการดูแลกับคำพูดที่อาจก่อให้เกิดความเกลียดชังได้ดียิ่งขึ้น อ้างอิงข้อมูลจาก Wall Street Journal ระบุว่า “ตอนนี้่มีบริษัทที่เข้าร่วมแคมเปญดังกล่าวมากกว่า 240 บริษัทแล้ว”

บริษัทกาแฟชื่อดังอย่างสตาร์บักส์ให้สัมภาษณ์ว่า “เราจะหยุดโฆษณาบนโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มทุกประเภทในช่วงเวลาของแคมเปญนี้และจะเริ่มโฆษณาบนสื่อที่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษย์มากกว่านี้เพื่อเป็นการช่วยลดคำพูดเชิงเกลียดชังลง”

หุ้นเฟซบุ๊กร่วงไปแล้ว...และสถานการณ์ของบริษัทเป็นอย่างไรบ้าง?

ตามที่ได้เขียนไปก่อนหน้านี้ว่าทันทีที่เกิดเรื่องหุ้นเฟซบุ๊กก็ร่วงไป 8% หลังจากขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดเอาไว้ที่ $245.19 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วล่าสุดหุ้นเฟซบุ๊กมีมูลค่าอยู่ที่ $220.64 ในระยะยาวนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่าความเสียหายจากการคว่ำบาตรทางโฆษณาครั้งนี้จะสร้างบาดแผลให้กับเฟซบุ๊กมาเท่าไหร่เพราะก่อนหน้านี้ยอดขายโฆษณาบนเฟซบุ๊กก็ถือว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญอยู่แล้ว

สิ่งที่ทำให้เฟซบุ๊กแตกต่างจากสื่อโซเชียลมีเดียอื่นๆ คือช่องทางในการทำกำไรจากโฆษณาของบริษัทมีเยอะมาก เฟซบุ๊กไม่ได้พึ่งพายอดโฆษณาจากบริษัทใหญ่ๆ เพียงอย่างเดียวแต่ยังมีบริษัทกลางๆ ไปจนถึงเล็กอีกมากมายที่เราไม่คุ้นชื่อมากนัก จริงอยู่ว่าบริษัทใหญ่ๆ อาจจะไม่เดือดร้อนเท่าไหร่หากต้องงดโฆษณาบนเฟซบุ๊กไปสักพักแต่กับบริษัทกลางๆ ไปจนถึงเล็กพวกเขาไม่สามารถหยุดโฆษณาบนเฟสบุ๊กได้เลย

ปีที่แล้วเฟซบุ๊กสามารถทำกำไรจากการขายโฆษณาอย่างเดียวได้มากถึง $69,700 ล้านเหรียญสหรัฐ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมนายมาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก CEO ของเฟสบุ๊กถึงได้หันไปให้ความสนใจธุรกิจขนาดเล็กมากกว่าในระยะหลังๆ คิดดูว่าถ้าเฟสบุ๊กสามารถช่วยให้บริษัทของผู้ใช้งานอีก 2,600 ล้านคนให้สามารถมีกำไรที่ดีขึ้น เฟสบุ๊กจะมีกำไรมากขึ้นขนาดไหน

การเปิดพื้นที่ E-Commerce ใหม่ของเฟซบุ๊ก

เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กมีโอกาสเข้าถึงการค้าขายได้ง่ายขึ้น มาร์ก ซักเกอร์เบิร์กจึงเปิดตัวฟีเจอร์สำหรับ E-Commerce ใหม่โดยใช้ชื่อว่า “Facebook Shops”

การเพิ่มฟีเจอร์เพื่ออัปเกรดความสามารถในการขายของออนไลน์ครั้งนี้ของเฟสบุ๊กมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่ประสบปัญหาไม่สามารถค้าขายได้ในโควิด-19  ด้วยฟีเจอร์ “Facebook Shops” จะช่วยให้ผู้ใช้งานเฟสบุ๊กที่มีบัญชีอยู่แล้วสามารถอัปโหลดแคตตาล็อกสินค้าเข้าไปยังเพจเฟสบุ๊กหรือโปรไฟล์อินสตาแกรมได้โดยตรง จากข้อมูลที่ทางเฟสบุ๊กเปิดเผยระบุว่า Facebook Shops จะช่วยให้ทุกคนสามารถกลายเป็นพ่อค้าแม่ค้าได้ง่ายๆ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพิ่มโอกาสให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถเจอกันได้บนแพลตฟอร์มของเฟสบุ๊กง่ายขึ้น

แต่กับเรื่องการคว่ำบาตรทางการโฆษณานักวิเคราะห์บางคนมองว่าอาจสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงบริษัทมากกว่าที่คิดไว้ Bradley Gastwirth นักวิเคราะห์จาก Wedbush Securities เขียนลงในโน๊ตว่า “ยิ่งบริษัทใหญ่ๆ พากันคว่ำบาตรโฆษณาบนเฟซบุ๊กมากเท่าไหร่ ยิ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงเรื่องการควบคุม hate speech ของเฟซบุ๊กมากขึ้นเท่านั้น เฟซบุ๊กจำเป็นต้องรีบออกมาขอโทษและแสดงมาตรการควบคุม hate speech อย่างเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุดก่อนที่จะมีบริษัทขอเลิกโฆษณาไปมากกว่านี้”

ข่าวการคว่ำบาตรทางการโฆษณาและบริษัทที่ไม่สามารถจ่ายค่าโฆษณาให้กับเฟซบุ๊กในช่วงโควิดได้ทำให้นักวิเคราะห์บางสำนักคาดว่าการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ที่กำลังจะมาถึงนี้เราอาจจะได้เห็นการเติบโตทางผลกำไรเพิ่มขึ้นเพียง 1% และในไตรมาสที่ 3 อาจเพิ่มขึ้นเพียง 7% เท่านั้นจากปกติที่เฟซบุ๊กมักจะทำได้มากกว่า 20% อยู่เสมอ

โดยสรุปแล้ว

หุ้นของบริษัทเฟซบุ๊กอาจทำผลงานได้แย่ลงเมื่อเทียบกับบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีอื่นๆ หากว่าการคว่ำบาตรทางโฆษณานี้ยืดออกไปไกลกว่าสิ้นเดือนกรกฎาคม สถานการณ์เช่นนี้จะบีบให้มาร์ก ซักเกอร์เบิร์กและบริษัทต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังไม่เห็นโซเชียล แพลตฟอร์มไหนที่จะสามารถขึ้นมาเทียบชั้นกับเฟซบุ๊กได้ในเร็วๆ นี้ เมื่อเรื่องนี้เริ่มจางหายลงเราเชื่อว่าหุ้นเฟซบุ๊กก็จะกลับมาเป็นปกติได้ไม่ยาก

Investing.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็นล่าสุด

เพิ่มคอมเม้นท์
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
คำอภิปราย
เขียนคำตอบกลับ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง

การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา

English (USA) English (UK) English (India) English (Canada) English (Australia) English (South Africa) English (Philippines) English (Nigeria) Deutsch Español (España) Español (México) Français Italiano Nederlands Português (Portugal) Polski Português (Brasil) Русский Türkçe ‏العربية‏ Ελληνικά Svenska Suomi עברית 日本語 한국어 简体中文 繁體中文 Bahasa Indonesia Bahasa Melayu Tiếng Việt हिंदी
ลงชื่อออก
คุณแน่ใจหรือว่าต้องการลงชื่อออกจากระบบ?
ไม่ ใช่
ยกเลิกใช่
บันทึกการเปลี่ยนแปลง

+

ดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน

อัดแน่นขึ้นด้วยข้อมูลการตลาดเชิงลึก, เพิ่มการแจ้งเตือน, ปรับแต่ง วอทช์ลิสต์บนแอปได้มากขึ้น

Investing.com ใช้งานได้ดีกว่า บนแอพ!

เนื้อหามากขึ้นแสดงข้อมูลเสนอซื้อเสนอขายและกราฟได้เร็วขึ้นและประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นกว่าเดิมทั้งหมดนี้มีให้บริการบนแอพเท่านั้น.