5 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (5-9 ส.ค.)

5 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (5-9 ส.ค.)

Investing.com  | Aug 06, 2019 02:36

5 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (5-9 ส.ค.)

Investing.com - ความกังวลต่อสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จะมีอิทธิพลอย่างมากต่อแรงกระตุ้นของตลาดในสัปดาห์นี้ หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจเพิ่มเดิมพันในสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ทำให้จีนออกมาประกาศว่าจะตอบโต้เอาคืน

ผู้ลทุนเตรียมรอข้อมูลทางการค้าจากจีนที่จะประกาศออกมาในวันพฤหัสบดีนี้เพื่อดูสัญญาณว่าจีนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือไม่ อีกทั้งผลการพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่าง ๆ ภายหลังจากการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดเมื่อสัปดาห์ก่อน รวมถึงการให้คำกล่าวของคณะเฟดเองในสัปดาห์นี้ก็เป็นที่น่าจับตาด้วย เพราะจะช่วยบ่งบอกให้ผู้ลงทุนทราบทิศทางของนโยบายทางการเงินในอนาคต

ห้าสิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มต้นสัปดาห์นี้มีดังต่อไปนี้

  1. สงครามการค้าที่รุนแรงยิ่งขึ้น

ตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกต่างก็ปิดลบอย่างหนัก หลังจากทรัมป์ตัดสินใจกะทันหันว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐด้วยอัตราถึง 10% เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ถือเป็นจุดสิ้นสุดของการสงบศึกเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็ม และจีนก็ได้ออกมาให้คำมั่นแล้วว่าจะต้องมีการตอบโต้เอาคืนสหรัฐฯ อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ผู้ลงทุนจะเฝ้าจับตาตัวเลขชี้วัดอัตราเงินเฟ้อและตัวเลขทางการค้าของจีนในสัปดาห์นี้เพื่อดูสภาพล่าสุดของเศรษฐกิจจีนด้วย

ดูเหมือนว่าตัวเลขทางการค้าจีนที่มีกำหนดการประกาศในวันพฤหัสบดีนี้จะมีทิศทางที่ดิ่งลงไปอีก คาดว่าตัวเลขการส่งออกประจำเดือนกรกฎาคมจะลดลง 2.2% เมื่อเทียบปีต่อปี และตัวเลขการนำเข้าจะลดลงถึง 7.6%

  1. ธนาคารกลางต่าง ๆ

ทั้งธนาคารกลาง นอร์เวย์, นิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย, อินเดีย, ฟิลิปปินส์ และ ไทย ล้วนมีกำหนดการประชุมเพื่อพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยกันทั้งสิ้น โดยตลาดต่างก็พากันสังเกตการณ์ว่าธนาคารกลางอื่น ๆ จะดำเนินรอยตามการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบสิบปีของเฟดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหรือไม่

คาดว่าธนาคารกลางนิวซีแลนด์จะลดอัตราดอกเบี้ยอีก 25 จุด จากอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน 1.50% และตลาดทั่วโลกก็เชื่อว่าออสเตรเลียอาจลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามติดต่อกัน ภายหลังจากที่ได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงไปอย่างต่อเนื่องจนถึง 1% แล้ว

อินเดียก็ดูเหมือนว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยอีกเป็นครั้งที่สี่ในปีนี้เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่ทางด้านประเทศไทยยังน่ากังวลเพราะไม่มีทีท่าว่าจะออกมาจัดการค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเลย

ส่วนนอร์เวย์ก็ต้องรอดูว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนหรือไม่ เพราะธนาคารกลางนอร์เวย์มีทิศทางที่เอนเอียงไปทางการขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาหลายเดือนแล้ว แต่ท้ายที่สุดก็อาจเปลี่ยนการตัดสินใจเพราะช่วงนี้อาจยังไม่เหมาะที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็ต้องรอดูว่าธนาคารกลางจะสื่อสารทัศนะออกมาอย่างไรบ้าง

  1. สมาชิกเฟดให้คำกล่าว

ประธานเฟดประจำเซนต์หลุยส์ นายเจมส์ บุลลาร์ด มีกำหนดการให้คำกล่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจและนโยบายทางการเงินของสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตันในวันพรุ่งนี้ อีกทั้งประธานเฟดประจำชิคาโก นายชาร์ลส์ อีวานส์ ก็มีกำหนดการให้คำกล่าวในวันพุธด้วย

ปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ค่อนข้างเบาบาง แต่ข้อมูล ภาคกิจการบริการ ของสหรัฐฯ ที่มีกำหนดการประกาศออกมาในวันนี้จะช่วยให้ผู้ลงทุนได้ทราบว่าการชะลอตัวที่ส่งผลต่อธุรกิจภาคการผลิตได้ลุกลามมายังภาคกิจการบริการด้วยหรือไม่

  1. ข้อมูลทางเศรษฐกิจจากยุโรป

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่คึกคักสำหรับปฏิทินเศรษฐกิจฝั่งยูโรโซน โดยจะมีการรายงานดัชนี PMI ภาคกิจการบริการฝั่งยูโรโซนประจำเดือนกรกฎาคมในวันนี้ และตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมนีในวันพรุ่งนี้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ลงทุนทราบถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจฝั่งยูโรโซนในช่วงท้ายไตรมาสที่สอง

ในวันศุกร์นี้จะมีการรายงาน ตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ของสหราชอาณาจักรประจำไตรมาสที่สองซึ่งคาดว่าน่าจะออกมาชะลอตัว จากที่ก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ไว้ว่าอัตราการเติบโตเมื่อเทียบเดือนต่อเดือนจะอยู่ที่ 0.1% และ 1.4% เมื่อเทียบปีต่อปี ส่วนตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมก็คาดว่าจะหดตัวลงเช่นเดียวกับตัวเลขภาคการผลิต

และวันนี้จะมีการรายงานดัชนี PMI ภาคกิจการบริการของสหราชอาณาจักรประจำเดือนกรกฎาคม โดยนักเศรษฐศาสตร์ได้คาดไว้ว่าตัวเลขจะออกมาเท่ากับ 50.4 สูงกว่าระดับสำคัญที่ 50 ซึ่งเป็นระดับแบ่งกั้นระหว่างการเติบโตและการหดตัว

  1. การประกาศผลประกอบการเริ่มเบาบาง

ฤดูกาลประกาศผลประกอบการเริ่มชะลอตัวลงในสัปดาห์นี้ โดยมีบริษัทต่าง ๆ ในดัชนี S&P 500 ราว 62 บริษัทที่มีกำหนดการรายงานผลประกอบการ

ผู้ลงทุนจะรอคอยการรายงานผลประกอบการจาก Walt Disney (NYSE:DIS), CBS (NYSE:CBS) และ Viacom (NASDAQ:VIA) ท่ามกลางกระแสการแข่งขันกันในแวดวงผู้ให้บริการสตรีมมิ่งกับคู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix (NASDAQ:NFLX) ซึ่งผลประกอบการต่าง ๆ ที่ออกมาอาจจุดชนวนให้เกิดการผันผวนในกลุ่มหุ้นผู้ให้บริการทางการสื่อสารก็เป็นได้

--เนื้อหาข่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักข่าวรอยเตอร์

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็นล่าสุด

เพิ่มคอมเม้นท์
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
Seansamart Anan
Seansamart Anan

รอฟัง  ... (อ่านเพิ่มเติม)

Aug 05, 2019 03:07 GMT· ตอบกระทู้
คำอภิปราย
เขียนคำตอบกลับ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง

การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา

English (USA) English (UK) English (India) English (Canada) English (Australia) English (South Africa) English (Philippines) English (Nigeria) Deutsch Español (España) Español (México) Français Italiano Nederlands Português (Portugal) Polski Português (Brasil) Русский Türkçe ‏العربية‏ Ελληνικά Svenska Suomi עברית 日本語 한국어 中文 香港 Bahasa Indonesia Bahasa Melayu Tiếng Việt हिंदी
ลงชื่อออก
คุณแน่ใจหรือว่าต้องการลงชื่อออกจากระบบ?
ไม่ ใช่
ยกเลิกใช่
บันทึกการเปลี่ยนแปลง

+