5 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (16-20 ก.ย.)

5 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (16-20 ก.ย.)

Investing.com  | Sep 16, 2019 03:37

5 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (16-20 ก.ย.)

Investing.com - ห้าประเด็นหลักที่คุณควรทราบก่อนเริ่มต้นสัปดาห์นี้มีดังต่อไปนี้

  1. ราคาน้ำมันเตรียมพุ่งขึ้นหลังเกิดเหตุวินาศกรรมในซาอุดิอาระเบีย

เหตุวินาศกรรมโรงกลั่นน้ำมันหลักของซาอุดิอาระเบียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบสำคัญว่าตลาดน้ำมันโลกจะสามารถรับมือกับวิกฤตการณ์ด้านอุปทานน้ำมันได้หรือไม่ โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ทำให้อุปทานน้ำมันโลกลดลงชั่วคราวมากกว่า 5% จากประเทศผู้ผลิต น้ำมันดิบ รายใหญ่ที่สุดของโลก

อ้างอิงจากแถลงการณ์ของ Aramco ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตน้ำมันในประเทศซาอุฯ เผยว่า เหตุวินาศกรรมครั้งนี้จะทำให้กำลังการผลิตน้ำมันของซาอุฯ ลดลงไปราว 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน (bpd) มากกว่าครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตน้ำมันทั้งหมดในซาอุฯ เลยทีเดียว

ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งขึ้นหลายดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากกำลังการผลิตที่หายไปเป็นระยะเวลานานอาจทำให้สหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ นำน้ำมันดิบที่ได้เก็บไว้ในแหล่งกักเก็บน้ำมันเชิงกลยุทธ์ออกมาปล่อยสู่ตลาดเพื่อหนุนอุปทานในตลาดโลก

2. เตรียมรอเฟดลดอัตราดอกเบี้ย

ตลาดส่วนมากคาดว่าเฟดจะต้องลด อัตราดอกเบี้ย อีกครั้งเมื่อสื้นสุดการประชุมนโยบายทางการเงินเป็นระยะเวลาสองวันในวันพุธนี้ เพื่อลบล้างความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึง Brexit และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอีกด้วย

อ้างอิงจากข้อมูลของ Investing.com ผู้ลงทุนเชื่อว่ามีโอกาสถึง 78.5% ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยหนึ่งส่วนสี่จุด จากเมื่อเดือนกรกฎาคมที่เฟดได้ลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ

นักวิเคราะห์จาก ING ได้ให้ความเห็นไว้ว่า “เราเชื่อว่าเฟดจะยอมลดอัตราดอกเบี้ยอีก 25 จุด เพื่อป้องกันแรงกดดันจากพิษทางเศรษฐกิจ" และ "นอกจากนี้ การลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะช่วยลดแรงกดดันขาขึ้นของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะหลังจากที่ ECB ได้ทำการปรับนโยบายให้มีความผ่อนคลายลงแล้ว"

3. พฤหัสบดีนี้เป็นวันสำคัญของธนาคารกลางทั่วโลก

วันพฤหัสบดีนี้จะมีการประชุมนโยบายทางการเงินทั้งในญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากการรายงานผลการประชุมของเฟด และการประกาศใช้มาตรการกระตุ้นทางเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรปเมื่อสัปดาห์ก่อน

คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะคง อัตราดอกเบี้ย ไว้ดังเดิม นอกเสียจากว่าเฟดจะตัดสินใจพลิกตลาดและทำให้ ค่าเงินเยน พุ่งทะยานขึ้น

ส่วนสวิตเซอร์แลนด์ที่มี อัตราดอกเบี้ย อยู่ที่ -0.75% ยังไม่ได้แสดงจุดยืนว่าจะดำเนินรอยตามนโยบายแบบผ่อนคลายของ ECB หรือไม่ แต่การประชุมน่าจะให้ความสำคัญกับค่าเงินฟรังก์ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสองปีเมื่อเทียบกับ เงินยูโร

คาดว่า ธนาคารกลางอังกฤษ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แต่ตลาดจะรอจับตาแถลงการณ์หลังการประชุมเพื่อรอดูประเด็นที่น่ากังวลใจทางเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบจาก Brexit

4. สถานการณ์ทางการค้า

คณะรัฐบาลจากสหรัฐฯ และจีนจะพบปะกันในสัปดาห์นี้ ล่วงหน้าก่อนกำหนดการเจรจากันระหว่างผู้นำการเจรจาทางการค้าในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้

สัปดาห์ที่แล้วจีนได้ละเว้นการเรียกเก็บภาษีศุลกากรสินค้าทางการเกษตรบางประเภทจากสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้เลื่อนการขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าจีนบางประเภทไปอีกสองสัปดาห์ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลทางเศรษฐกิจของจีนที่ประกาศออกมาในวันนี้ อันได้แก่ การผลิตภาคอุตสาหกรรม, ยอดค้าปลีก และ การลงทุนในสินทรัพย์คงที่ จะช่วยทำให้ตลาดทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะทางเศรษฐกิจของจีนท่ามกลางสงครามทางการค้าที่ยืดเยื้อ

5. ข้อมูลทางเศรษฐกิจ และการรายงานผลประกอบการ

ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้จะแสดงให้เห็นถึงสภาพทางเศรษฐกิจภาคอสังหาฯ ของสหรัฐฯ ผ่านตัวเลขต่าง ๆ เช่น ยอดบ้านที่กำลังก่อสร้าง และ ยอดขายบ้านมือสอง ส่วนบริษัทผู้ให้บริการการขนส่งยักษ์ใหญ่อย่าง FedEx (NYSE:FDX) ก็มีกำหนดการรายงาน ผลประกอบการ ในวันพรุ่งนี้

ทางฝั่งยูโรโซนก็จะมีการรายงานดัชนี ZEW ของเยอรมนีในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะทำให้ตลาดเห็นภาพมากขึ้นว่าเศรษฐกิจเยอรมนีกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือไม่ หลังจากเศรษฐกิจแสดงสัญญาณการหดตัวเล็กน้อยในไตรมาสที่สอง

ส่วนสหราชอาณาจักรจะเตรียมรายงาน ดัชนี CPI และแคนาดาก็มีกำหนดการรายงาน ดัชนี CPI กับ ยอดค้าปลีก

-- เนื้อหาข่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักข่าวรอยเตอร์

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็นล่าสุด

เพิ่มคอมเม้นท์
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
คำอภิปราย
เขียนคำตอบกลับ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง

การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา

English (USA) English (UK) English (India) English (Canada) English (Australia) English (South Africa) English (Philippines) English (Nigeria) Deutsch Español (España) Español (México) Français Italiano Nederlands Português (Portugal) Polski Português (Brasil) Русский Türkçe ‏العربية‏ Ελληνικά Svenska Suomi עברית 日本語 한국어 中文 香港 Bahasa Indonesia Bahasa Melayu Tiếng Việt हिंदी
ลงชื่อออก
คุณแน่ใจหรือว่าต้องการลงชื่อออกจากระบบ?
ไม่ ใช่
ยกเลิกใช่
บันทึกการเปลี่ยนแปลง

+